สัญญา รื้อ ถอน สิ่ง ปลูก สร้าง: ความหมาย องค์ประกอบสำคัญ และตัวอย่างการกรอก
บทความอธิบายสัญญารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างคืออะไร องค์ประกอบสำคัญ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างการกรอกสัญญา ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย และคำถามที่พบบ่อย สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการทำสัญญาจ้างรื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง

การทำ สัญญา รื้อ ถอน สิ่ง ปลูก สร้าง เป็นขั้นตอนสำคัญเมื่อต้องการรื้อถอนอาคารหรือสิ่งก่อสร้างเดิมอย่างเป็นระบบ ครบถ้วนตามกฎหมาย และลดความเสี่ยงระหว่างผู้ว่าจ้างกับผู้รับเหมา บทความนี้จะอธิบายให้คุณเข้าใจว่าสัญญานี้คืออะไร มีองค์ประกอบใดบ้างที่ขาดไม่ได้ และควรกรอกข้อมูลอย่างไรให้ใช้งานได้จริง
สัญญารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างคืออะไร
สัญญา รื้อ ถอน สิ่ง ปลูก สร้าง หรือเรียกอีกชื่อว่าสัญญาจ้างรื้อถอนอาคาร (Demolition Contract) คือ นิติกรรมประเภทสัญญาจ้างทำของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 ผู้รับจ้างตกลงทำงานรื้อถอนจนสำเร็จ และผู้ว่าจ้างตกลงจ่ายค่าจ้างเพื่อผลสำเร็จนั้น สิ่งที่ทำให้สัญญานี้แตกต่างจากสัญญาจ้างทั่วไปคือภาระด้านความปลอดภัย การจัดการซากวัสดุ (Debris Management) และการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม อย่างเคร่งครัด
หากคุณเป็นเจ้าของตึกเก่าที่ต้องการทุบทิ้งเพื่อสร้างใหม่ หรือเป็นผู้รับเหมาที่กำลังรับงานรื้อถอน การวางขอบเขตงานให้ชัดเจนในสัญญาจะช่วยป้องกันปัญหาตีความและข้อพิพาทได้ในภายหลัง
เมื่อใดที่ควรใช้สัญญารื้อถอน
สัญญารื้อถอนเหมาะกับหลายสถานการณ์ที่มีการกำจัดสิ่งปลูกสร้างเดิมอย่างเป็นทางการ ตัวอย่างเช่น
- เจ้าของที่ดินว่าจ้างผู้รับเหมาให้รื้ออาคารพาณิชย์หรือโรงงานเก่าเพื่อเปิดทางให้โครงการใหม่
- หน่วยงานออกแบบ TOR รื้อถอนอาคารสำหรับการประกวดราคา
- ผู้เช่าที่ดินต้องการรื้อสิ่งปลูกสร้างของตนออกจากที่ดินเช่าเมื่อหมดสัญญา
- เจ้าของบ้านที่รับมรดกที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างทรุดโทรม ต้องการรื้อทิ้งเพื่อความปลอดภัย
ในทุกกรณี การมีสัญญาที่ระบุหน้าที่ของทั้งสองฝ่าย รวมถึง หนังสือยินยอมให้ทำการรื้อถอนอาคารในที่ดิน จากเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน (หากผู้ว่าจ้างมิใช่เจ้าของ) จะช่วยให้การขอใบอนุญาตรื้อถอนและหน้างานจริงราบรื่นขึ้น
ส่วนประกอบสำคัญของสัญญารื้อถอน
สัญญาที่ดีต้องมีรายละเอียดครอบคลุมทุกประเด็นที่อาจเกิดปัญหา ต่อไปนี้คือส่วนที่คุณไม่ควรมองข้าม
ข้อมูลคู่สัญญาและสิ่งปลูกสร้าง
ระบุชื่อ ที่อยู่ เลขบัตรประชาชนหรือเลขทะเบียนนิติบุคคลของผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างให้ถูกต้องตรงตามเอกสารราชการ พร้อมระบุสิ่งปลูกสร้างที่จะรื้อถอนให้ชัดเจน ทั้งที่ตั้งตามโฉนด ขนาดพื้นที่ จำนวนชั้น และประเภทโครงสร้าง (คอนกรีตเสริมเหล็ก ไม้ หรือเหล็ก) พร้อมแนบภาพถ่ายหรือแบบแปลนประกอบ
ขอบเขตงานและการจัดการซากวัสดุ
เขียนให้ละเอียดว่างานรื้อถอนครอบคลุมส่วนใด เช่น รื้อทั้งหลังรวมฐานราก หรือรื้อเฉพาะโครงสร้างเหนือพื้นดิน ต้องขนย้ายเศษวัสดุออกจากสถานที่ภายในกี่วัน และต้องปรับพื้นที่หลังรื้อถอนให้เรียบร้อยในระดับใด หากมีวัสดุอันตราย เช่น แร่ใยหิน หรือสีตะกั่ว ควรระบุมาตรการจัดการตามข้อบัญญัติท้องถิ่นไว้ด้วย
ราคาจ้างและเงื่อนไขการชำระเงิน
ระบุยอดรวมหรือราคาต่อตารางเมตร แบ่งงวดการชำระให้ชัดเจน เช่น จ่ายล่วงหน้า 30% เมื่อเซ็นสัญญา ส่วนที่เหลือจ่ายเมื่องานแล้วเสร็จ และควรกำหนดว่าราคารวมค่าธรรมเนียมขออนุญาตและค่ากำจัดซากแล้วหรือไม่
กำหนดเวลาและค่าเสียหายรายวัน
กำหนดวันเริ่มงานและวันส่งมอบให้แน่นอน พร้อมอัตราค่าเสียหายกรณีล่าช้า (Liquidated Damages) เช่น วันละ 0.1% ของค่าจ้างรวม ข้อนี้จะช่วยให้ผู้รับเหมามีแรงจูงใจทำงานตามแผน โดยผู้ว่าจ้างไม่ต้องพิสูจน์ความเสียหายจริงที่อาจคำนวณได้ยาก
ความคุ้มครองและประกันภัย
กำหนดให้ผู้รับจ้างทำประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอกและทรัพย์สินข้างเคียงตลอดระยะเวลารื้อถอน พร้อมวงเงินขั้นต่ำ เช่น ไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท เพื่อรองรับอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น
กฎหมายและข้อควรรู้ก่อนดำเนินการ
ใบอนุญาตรื้อถอน (Demolition Permit)
อาคารสูงเกิน 15 เมตร หรือมีพื้นที่รวมเกิน 10,000 ตารางเมตร ต้องยื่นขอใบอนุญาตรื้อถอนต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร โดยใช้แบบคำขอ ข.3 พร้อมเอกสารประกอบ เช่น สำเนาโฉนด หนังสือยินยอมให้ทำการรื้อถอนอาคารในที่ดิน (กรณีผู้ขอไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์) แบบแปลนอาคาร และแผนมาตรการความปลอดภัย
อากรแสตมป์
สัญญาจ้างรื้อถอนเป็นตราสารที่ต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร อัตราปกติ 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทของค่าจ้าง หรือเศษของ 1,000 บาท ควรตรวจสอบอัตราล่าสุดก่อนทำสัญญา
กรณีกระทบสิ่งแวดล้อม
หากโครงการรื้อถอนมีขนาดใหญ่หรืออยู่ในพื้นที่อ่อนไหว อาจต้องจัดทำรายงาน EIA หรือขออนุญาตเพิ่มเติมจากหน่วยงานอื่น เช่น กรมเจ้าท่า กรมศิลปากร หรือการไฟฟ้าฯ
เอกสารที่ต้องใช้ในการขออนุญาตรื้อถอน (Checklist)
- แบบคำขอ ข.3
- สำเนาโฉนดที่ดิน
- หนังสือยินยอมให้ทำการรื้อถอนจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ (ถ้ามี)
- สำเนาบัตรประชาชน/ทะเบียนนิติบุคคล
- แบบแปลนอาคารที่จะรื้อถอน
- แผนผังและวิธีการรื้อถอนพร้อมมาตรการความปลอดภัย
- หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบหมาย)
เปรียบเทียบสัญญารื้อถอนกับสัญญาอื่น
| คุณลักษณะ | สัญญารื้อถอน | สัญญาจ้างก่อสร้าง | หนังสือบอกกล่าวให้รื้อถอน |
|---|---|---|---|
| วัตถุประสงค์ | ทำลาย/ขนย้ายสิ่งปลูกสร้างเดิม | ก่อสร้าง/ต่อเติมอาคารใหม่ | แจ้งให้บุคคลอื่นรื้อถอนทรัพย์สินที่รุกล้ำหรือผิดกฎหมาย |
| คู่สัญญาหลัก | ผู้ว่าจ้าง (เจ้าของ) — ผู้รับเหมารื้อถอน | ผู้ว่าจ้าง — ผู้รับเหมาก่อสร้าง | ผู้แจ้ง — ผู้ถูกร้องขอ |
| ใบอนุญาต | ใบอนุญาตรื้อถอน (ตามเกณฑ์) | ใบอนุญาตก่อสร้าง | ไม่ต้องขออนุญาต แต่บังคับให้อีกฝ่ายดำเนินการ |
| ความรับผิด | เน้นความเสียหายจากเศษวัสดุและทรัพย์สินข้างเคียง | เน้นความรับผิดหลังการก่อสร้าง (Defect Liability) | ไม่ใช่สัญญาจ้าง เป็นเพียงหนังสือทางกฎหมาย |
ตัวอย่างการกรอกแบบฟอร์ม
กรณีสมมุติ: รื้ออาคารพาณิชย์ 3 ชั้น โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก พื้นที่ 450 ตร.ม.
| รายการ | ข้อมูลตัวอย่าง |
|---|---|
| วันที่ทำสัญญา | 15 มกราคม 2569 |
| ผู้ว่าจ้าง | นายสมชาย วัฒนา เลขบัตร 1-2345-67890-12-3 (เจ้าของกรรมสิทธิ์) |
| ผู้รับจ้าง | บจก. รื้อถอนปลอดภัย ทะเบียน 0105566123456 |
| สิ่งปลูกสร้าง | อาคาร 3 ชั้น เลขที่ 100 ซ.อุดมสุข ถ.สุขุมวิท 103 เขตบางนา กทม. ตามโฉนดที่ดินเลขที่ 12345 |
| ขอบเขตงาน | รื้อถอนทั้งหลังรวมฐานราก ขนย้ายซากภายใน 7 วัน ปรับพื้นที่ให้เรียบ |
| ราคาจ้าง | 450,000 บาท (รวมค่าธรรมเนียมและค่ากำจัดซาก) |
| การชำระเงิน | 30% เมื่อทำสัญญา, 70% เมื่องานแล้วเสร็จและส่งมอบพื้นที่ |
| วันเริ่ม – แล้วเสร็จ | 1 – 28 กุมภาพันธ์ 2569 |
| ค่าเสียหายรายวัน | 2,000 บาท/วัน หากส่งมอบล่าช้า |
| ประกันภัย | ผู้รับจ้างทำประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอกวงเงินไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท |
ข้อควรระวัง – ตรวจสอบชื่อ ที่อยู่ เลขทะเบียนให้ตรงกับเอกสารราชการทุกประการ และเก็บสำเนาบัตรประชาชน/ทะเบียนการค้าแนบไว้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญา
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ขอบเขตงานคลุมเครือ — ระบุเพียง “รื้ออาคาร” โดยไม่บอกว่าต้องรื้อฐานรากหรือไม่ ต้องจัดการซากอย่างไร เสี่ยงต่อการตีความไม่ตรงกัน
- ละเลยการขอใบอนุญาต — อาคารที่เข้าข่ายตามกฎหมายต้องมีใบอนุญาตรื้อถอน หากฝ่าฝืนอาจมีโทษปรับหรือจำคุก
- ไม่มีข้อกำหนดเบี้ยปรับรายวัน — ทำให้ผู้รับเหมาขาดแรงจูงใจในการทำงานตามกำหนด และผู้ว่าจ้างจะเรียกร้องค่าเสียหายได้ยาก
- ระบุสิ่งปลูกสร้างไม่แม่นยำ — ในที่ดินที่มีหลายหลัง ควรทำเครื่องหมายหรืออ้างอิงพิกัดให้ชัดเจนเพื่อป้องกันการรื้อผิดพลาด
- ขาดหนังสือยินยอมจากเจ้าของที่ดิน — หากผู้ว่าจ้างไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ ต้องได้รับหนังสือยินยอมจากเจ้าของที่ดินก่อน มิฉะนั้นอาจมีความผิดฐานบุกรุกหรือละเมิด
ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาโดยประมาณ
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่ารื้อถอน (ต่อ ตร.ม.) | 300 – 1,500 บาท ขึ้นอยู่กับโครงสร้างและความสูง (คอนกรีตเสริมเหล็กมักแพงกว่าโครงสร้างไม้) |
| ค่าธรรมเนียมขออนุญาตรื้อถอน | ตามข้อบัญญัติท้องถิ่น (สอบถามสำนักงานเขตหรืออำเภอ) |
| อากรแสตมป์ | 1 บาทต่อ 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท ของค่าจ้าง |
| ระยะเวลาขออนุญาต | 15 – 45 วันทำการ นับจากยื่นเอกสารครบถ้วน |
| ระยะทำงานรื้อถอน | ขึ้นอยู่กับขนาดและความซับซ้อน โดยทั่วไป 7 – 30 วัน |
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: ขออนุญาตรื้อถอนต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง
ต้องใช้แบบคำขอ ข.3 สำเนาโฉนดที่ดิน หนังสือยินยอมให้รื้อถอน (กรณีผู้ขอไม่ใช่เจ้าของ) สำเนาบัตรประชาชนหรือทะเบียนนิติบุคคล แบบแปลนอาคารที่จะรื้อถอน และแผนมาตรการความปลอดภัย เอกสารอาจแตกต่างเล็กน้อยในแต่ละท้องที่ ควรสอบถามสำนักงานเขตก่อน
ถาม: ค่ารื้อถอนต่อตารางเมตรราคาเท่าไร
ราคาตลาดอยู่ระหว่าง 300 – 1,500 บาทต่อตร.ม. ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาต่างกันคือประเภทโครงสร้าง (คอนกรีตเสริมเหล็กแพงกว่าไม้) ความสูงของอาคาร และความยากในการเข้าถึงพื้นที่ คุณควรขอใบเสนอราคาจากผู้รับเหมา 2-3 รายเพื่อเปรียบเทียบ
ถาม: ขออนุญาตรื้อถอนใช้เวลากี่วัน
ปกติเจ้าพนักงานท้องถิ่นใช้เวลาพิจารณา 15 – 45 วันทำการ หากเอกสารครบและไม่มีประเด็นต้องตรวจสอบเพิ่มเติม อาจเร็วขึ้น ควรเผื่อเวลาไว้สำหรับความล่าช้าของราชการ
ถาม: หลักเกณฑ์การรื้อถอนอาคารบนที่ราชพัสดุมีอะไรบ้าง
ต้องได้รับความยินยอมจากหน่วยงานที่ดูแลที่ดินและปฏิบัติตามระเบียบของกรมธนารักษ์หรือหน่วยงานนั้น เช่น ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ ควรติดต่อสอบถามเงื่อนไขเฉพาะกับเจ้าของที่ราชพัสดุก่อนเริ่มดำเนินการ
ถาม: ต้องใช้แบบฟอร์มสัญญารื้อถอนโดยเฉพาะหรือไม่
กฎหมายไม่ได้บังคับแบบ แต่การใช้แบบฟอร์มที่มีข้อความครอบคลุมองค์ประกอบสำคัญจะช่วยป้องกันปัญหา คุณสามารถค้นหา แบบฟอร์ม สัญญา รื้อ ถอน สิ่ง ปลูก สร้าง ที่เป็นไฟล์ Word แล้วนำมาปรับใช้ให้ตรงกับงานของคุณ
ถาม: ถ้าผู้รับเหมาไม่ทำงานให้เสร็จตามสัญญา
คุณเรียกร้องค่าเสียหายรายวันตามอัตราที่ระบุในสัญญาได้ทันที โดยไม่ต้องพิสูจน์ความเสียหายจริง หากความล่าช้ามีนัยสำคัญ สามารถบอกเลิกสัญญาและว่าจ้างผู้รับเหมารายใหม่ พร้อมเรียกค่าเสียหายส่วนต่างเพิ่มเติมได้ตามกฎหมาย
ถาม: การรื้อถอนต้องแจ้งหน่วยงานใดอีกบ้าง
นอกจากสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอแล้ว อาจต้องแจ้งการไฟฟ้า การประปา เพื่อตัดระบบสาธารณูปโภคก่อนรื้อถอน และในบางพื้นที่ต้องแจ้งกรมเจ้าท่า กรมศิลปากร หรือเขตควบคุมอาคาร ควรตรวจสอบกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อความครบถ้วน
คู่มือนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กฎหมายแตกต่างกันไปตามพื้นที่และเปลี่ยนแปลงได้ โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตสำหรับกรณีของคุณ
