แบบ ตาราง การ ทำงาน คืออะไร
บทความอธิบายความหมายของแบบตารางการทำงาน ประเภท ส่วนประกอบ วิธีกรอก ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างจริง ข้อควรระวัง และคำถามที่พบบ่อย

แบบ ตาราง การ ทำงาน หรือที่เรียกกันว่าแบบฟอร์มตารางการทำงาน (Work Schedule Template) คือเอกสารที่นายจ้างจัดทำขึ้นเพื่อกำหนดวันและเวลาทำงานของลูกจ้างแต่ละรายหรือกลุ่ม เอกสารนี้ระบุเวลาเข้างาน เวลาออกงาน วันทำงาน วันหยุด และบ่อยครั้งรวมเวลาพักไว้ด้วย ส่วนใหญ่ใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารระหว่างฝ่ายบุคคล หัวหน้างาน และพนักงาน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกันเกี่ยวกับตารางเวลา เมื่อมีข้อสงสัยเรื่องเวลางานหรือการเบิกค่าล่วงเวลา ตารางนี้จะทำหน้าที่เป็นหลักฐานอ้างอิง โดยอาจจัดทำเป็นรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรือเป็นตารางกะ (Shift Schedule) ตามลักษณะกิจการและข้อตกลงในสัญญาจ้าง
จำเป็นต้องมีตารางการทำงานเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่
กฎหมายแรงงานไทยไม่ได้บังคับให้นายจ้างต้องมีตารางการทำงานแยกเป็นเอกสารเฉพาะ อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ การมีตารางที่เป็นลายลักษณ์อักษรช่วยลดความคลุมเครือและเป็นไปตามข้อบังคับเกี่ยวกับสภาพการจ้าง (Work Rules) ที่อาจกำหนดให้ต้องแจ้งวันเวลาทำงานล่วงหน้า ถ้านายจ้างเลือกไม่จัดทำแบบฟอร์มตาราง ก็สามารถรวมข้อกำหนดเรื่องวันและเวลาทำงานไว้ในสัญญาจ้างหรือข้อบังคับการทำงานได้เช่นกัน แต่การแยกเป็นตารางงานที่อัปเดตทุกเดือนหรือทุกกะจะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายอ้างอิงได้ง่าย
สถานการณ์ที่ควรมีตารางเป็นพิเศษ
กิจการที่มีพนักงานหลายกะ มีการหมุนเวียนบ่อย หรือใช้ระบบลงเวลา (Timekeeping) เพราะจะทำให้การคำนวณค่าจ้างและค่าล่วงเวลาแม่นยำขึ้น และลดปัญหาการสื่อสารที่ผิดพลาด
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
นายจ้างบางรายเข้าใจว่าการสั่งงานด้วยวาจาก็เพียงพอ แต่เมื่อเกิดข้อโต้แย้งเรื่องชั่วโมงการทำงานหรือค่าล่วงเวลา การไม่มีเอกสารจะทำให้นายจ้างพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้ยาก
ความสำคัญของตารางการทำงาน
การจัดทำ แบบ ตาราง การ ทำงาน ที่เป็นมาตรฐานช่วยให้นายจ้างกับลูกจ้างเข้าใจตรงกันเกี่ยวกับเวลาเข้าและออกงาน ลดความเสี่ยงในการเกิดข้อพิพาทเรื่องค่าจ้างหรือค่าล่วงเวลา (Overtime) นอกจากนี้ยังเอื้อต่อการลงบันทึกเวลา (Time Attendance) อย่างถูกต้อง เพราะลูกจ้างรู้ล่วงหน้าว่าตนมีกะใดและวันไหนเป็นวันหยุด
สำหรับนายจ้าง ตารางที่ชัดเจนช่วยจัดสรรกำลังคนให้เหมาะกับปริมาณงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน พนักงานตรวจแรงงาน (Labour Inspector) ก็อาจใช้ตารางนี้เป็นเอกสารประกอบในการตรวจสอบสภาพการจ้าง หากไม่มีตาราง การตรวจสอบอาจใช้เวลานานและเกิดข้อครหาได้
ข้อควรระวัง
การเปลี่ยนตารางโดยไม่แจ้งล่วงหน้าอาจทำให้ลูกจ้างอ้างว่าสภาพการจ้างถูกเปลี่ยนแปลงฝ่ายเดียว ส่งผลให้ตารางนั้นไม่ผูกพัน
ประเภทของตารางการทำงาน
การเลือกประเภทตารางให้เหมาะกับงานช่วยให้การบริหารจัดการง่ายขึ้น นิยมแบ่งตามรอบระยะเวลาและลักษณะการจัดกำลังคน ได้แก่
- ตารางรายเดือน (Monthly) : วางแผนวันทำงานและวันหยุดตลอดทั้งเดือน เหมาะกับสำนักงานทั่วไปที่มีเวลาทำงานประจำ
- ตารางรายวัน (Daily) : ระบุเวลาเข้าออกเฉพาะวันนั้น มักใช้ยืนยันการทำงานหน้างานหรือแนบกับบันทึกเวลาประจำวัน
- ตารางกะ (Shift Schedule) : สำหรับงานที่หมุนเวียนหลายกะในหนึ่งวัน เช่น โรงงาน โรงพยาบาล กำหนดกะเช้า บ่าย ดึก
- ตารางเวร (Rota) : คล้ายตารางกะแต่เน้นการสับเปลี่ยนบุคคลตามภาระงานที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละวัน เหมาะกับงานรักษาความปลอดภัยและพยาบาล
- ตารางยืดหยุ่น (Flexible Schedule) : ระบุช่วงเวลาหลัก (Core Hours) และช่วงเลือกได้ (Flexible Band) สำหรับงานที่ไม่ยึดเวลาเข้าออกตายตัว เช่น งานไอที ออกแบบ
กฎการตัดสินใจ
ถ้าทีมของคุณทำงานเป็นกะและต้องคำนวณชั่วโมงรวมของทุกคน ตารางกะใน Excel ที่มีสูตรอัตโนมัติจะลดภาระงานฝ่ายบุคคลได้มาก ตารางรายเดือนอาจพอเพียงเมื่อพนักงานมีตารางซ้ำกันทุกสัปดาห์
| ประเภท | รอบเวลา | เหมาะสำหรับ | จุดเด่น |
|---|---|---|---|
| รายเดือน | 1 เดือน | สำนักงานทั่วไป | วางแผนระยะยาว |
| รายวัน | 1 วัน | งานหน้างาน | ยืนยันเวลาเฉพาะวัน |
| ตารางกะ | รายวันตามกะ | โรงงาน โรงพยาบาล | จัดการกะหมุนเวียน |
| ตารางเวร | ตามภาระงาน | รปภ. พยาบาล | บริหารบุคคลในงานต่อเนื่อง |
| ยืดหยุ่น | ไม่ตายตัว | งานสร้างสรรค์ IT | เพิ่มความคล่องตัวให้พนักงาน |
องค์ประกอบสำคัญของตารางการทำงาน
เพื่อให้ตารางสื่อสารได้ตรง ลดความเข้าใจผิด ควรมีองค์ประกอบขั้นต่ำดังนี้
- หัวตาราง: ชื่อแบบฟอร์ม ชื่อแผนก และรอบระยะเวลา (เช่น มีนาคม 2026)
- วันที่: วันที่ตามปฏิทินที่ตารางเริ่มใช้
- เวลาเข้า-ออกงาน: ช่วงเริ่มและสิ้นสุดการทำงานของแต่ละกะ พร้อมวันในสัปดาห์
- เวลาพัก: ระบุช่วงพักอย่างแน่นอน (เช่น 12:00–13:00 น.)
- ตำแหน่ง/หน้าที่: บทบาทของลูกจ้างในแต่ละช่วง ถ้าจำเป็น
- ลายเซ็น: ช่องลงชื่อผู้จัดทำ (หัวหน้างาน) และผู้รับทราบ (ลูกจ้าง)
- หมายเหตุ: เงื่อนไขพิเศษ เช่น การเปลี่ยนกะ หรือสัญลักษณ์วันลา
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
การละเลยเวลาพักหรือระบุแต่ชื่อกะโดยไม่ระบุเวลาแน่นอน ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนเมื่อคำนวณชั่วโมงทำงานและค่าล่วงเวลา
ข้อมูลสำคัญที่ควรระบุในตาราง
นอกเหนือจากองค์ประกอบพื้นฐาน ข้อมูลต่อไปนี้ช่วยให้ตารางสมบูรณ์และใช้เป็นหลักฐานได้ดีขึ้น
- ชื่อพนักงานและรหัสประจำตัว: เพื่อระบุตัวตนได้อย่างไม่สับสน
- วันหยุดประจำสัปดาห์และวันหยุดพิเศษ: เช่น วันอาทิตย์ วันแรงงานแห่งชาติ
- ผู้ประสานงาน: หมายเลขโทรศัพท์หรืออีเมลของฝ่ายบุคคล (HR) สำหรับสอบถาม
- ผู้อนุมัติ: ชื่อและตำแหน่งผู้มีอำนาจลงนามรับรองตาราง
- เงื่อนไขการเปลี่ยนกะ: กฎการขอเปลี่ยนกะ เช่น ต้องแจ้งล่วงหน้า 24 ชั่วโมง
- แนวทางกรณีฉุกเฉิน: วิธีปฏิบัติเมื่อพนักงานไม่สามารถเข้าเวรตามตารางได้
ตัวอย่างสถานการณ์
ในร้านอาหารที่มีกะเช้าและบ่าย ตารางควรระบุชื่อพนักงาน เวลาพัก และขั้นตอนการสลับกะกรณีลาป่วย เพื่อให้หัวหน้ากะหาคนแทนได้ทันที
ใครบ้างที่เกี่ยวข้องกับตารางการทำงาน
บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำและใช้ตารางงานมีหลายฝ่าย ดังนี้
- นายจ้างหรือผู้จัดการ – ผู้อนุมัติตารางและรับผิดชอบภาพรวม
- ลูกจ้าง – ผู้ปฏิบัติตามตารางและควรลงชื่อรับทราบทุกครั้ง
- ฝ่ายบุคคล (HR) – จัดทำ รวบรวม แจกจ่าย และปรับปรุงตารางให้ตรงกับนโยบาย
- หัวหน้างาน – ควบคุมให้พนักงานทำงานตามตารางและรายงานปัญหาหรือการเปลี่ยนกะที่จำเป็น
- พนักงานตรวจแรงงาน – ในกรณีตรวจสอบสภาพการจ้าง อาจใช้ตารางประกอบการวินิจฉัยร่วมกับเอกสารอื่น
ข้อแนะนำ
ให้ลูกจ้างเซ็นรับทราบตารางล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วันก่อนเริ่มใช้ เพื่อเก็บเป็นหลักฐานว่าได้มีการตกลงแล้ว
วิธีกรอกและนำตารางการทำงานไปใช้
การจัดทำตารางให้มีประสิทธิภาพควรดำเนินตามลำดับที่ชัดเจน
- รวบรวมข้อมูลบุคลากร – ฝ่ายบุคคลตรวจสอบจำนวนพนักงาน กำลังคนที่ต้องการต่อกะ และข้อจำกัดเรื่องเวลาของแต่ละคน
- กรอกข้อมูลลงแบบฟอร์ม – ใช้เทมเพลตที่เหมาะสม (Excel หรือ Word) ระบุชื่อ วันที่ กะ เวลาเข้า-ออก เวลาพัก และวันหยุด หากเป็นตารางกะควรแสดงรอบหมุนเวียนอย่างเด่นชัด
- แนบเอกสารประกอบ – ถ้ามีนโยบายเปลี่ยนกะหรือเวลาพัก ให้แนบเป็นส่วนหนึ่งของตาราง
- ขออนุมัติ – เสนอหัวหน้างานหรือผู้มีอำนาจลงนามก่อนแจกลูกจ้าง
- แจกจ่ายล่วงหน้า – ส่งสำเนาตารางให้ทุกคนก่อนวันเริ่มใช้จริงอย่างน้อย 1–3 วัน
- บันทึกการเปลี่ยนแปลงทุกครั้ง – หากต้องแก้ไขกะกะทันหัน ให้จัดทำบันทึกพร้อมเหตุผล วันที่ และลายเซ็นผู้เกี่ยวข้อง
| ขั้นตอน | ผู้รับผิดชอบ | กำหนดเวลา |
|---|---|---|
| รวบรวมข้อมูล | HR/หัวหน้างาน | 1 สัปดาห์ก่อนเริ่ม |
| กรอกแบบฟอร์ม | HR | 3–5 วันก่อนเริ่ม |
| ขออนุมัติ | หัวหน้างาน | 2 วันก่อนแจก |
| แจกลูกจ้าง | HR | อย่างน้อย 1 วันก่อนเริ่ม |
| บันทึกเปลี่ยนกะ | HR/หัวหน้างาน | ทันทีที่เกิดเหตุ |
ความผิดพลาดที่ต้องเลี่ยง
การแจกตารางในวันที่จะเริ่มใช้เลย หรือไม่ออกบันทึกเมื่อเปลี่ยนกะ ทำให้เกิดข้อโต้แย้งว่าใครควรเข้ากะไหน
ตัวอย่างตารางการทำงานที่กรอกแล้ว
ตารางต่อไปนี้เป็นตัวอย่างจริงสำหรับแผนกรักษาความปลอดภัยในเดือนกรกฎาคม 2026
ตารางกะแผนกรักษาความปลอดภัย – กรกฎาคม 2026
วันที่เริ่มใช้: 1 กรกฎาคม 2026
ผู้อนุมัติ: นายอนุชา จิวานนท์ (หัวหน้าแผนก)
| วันที่ | วัน | พนักงาน | กะ | เวลาทำงาน | เวลาพัก | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | จ. | สมชาย | เช้า | 06:00–14:00 | 10:00–10:30 | เปลี่ยนกะตามคำขอ |
| 1 | จ. | สมศักดิ์ | ดึก | 22:00–06:00 | 02:00–02:30 | |
| 2 | อ. | สมชาย | เช้า | 06:00–14:00 | 10:00–10:30 | |
| 2 | อ. | สมศักดิ์ | ดึก | 22:00–06:00 | 02:00–02:30 | |
| … | … | … | … | … | … | … |
ข้อควรระวัง
- ระบุเวลาพักให้สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำตามกฎหมาย (พักอย่างน้อย 1 ชั่วโมงสำหรับการทำงานต่อเนื่อง 5 ชั่วโมง)
- หากมีการสลับกะให้บันทึกวันที่และชื่อผู้แจ้งในช่องหมายเหตุเสมอ
- ตรวจสอบก่อนแจกว่าพนักงานไม่มีวันหยุดประจำที่ตรงกับวันทำงานโดยไม่ได้รับความยินยอม
ข้อผิดพลาดที่อาจทำให้ตารางการทำงานไม่มีผล
ตารางการทำงานอาจไม่ก่อให้เกิดผลผูกพันหรือถูกโต้แย้งได้หากตกอยู่ในกรณีต่อไปนี้
- ไม่ระบุวันหยุด – การขาดวันหยุดประจำสัปดาห์หรือวันหยุดตามประเพณี ทำให้ลูกจ้างไม่ทราบสิทธิ และอาจเกิดข้อพิพาทเรื่องค่าทำงานในวันหยุด
- เวลาพักไม่ชัดเจน – การระบุเพียง “พักระหว่างวัน” โดยไม่มีเวลาเริ่มสิ้นสุด ขัดต่อข้อกำหนดทางกฎหมายและทำให้การคำนวณค่าล่วงเวลาผิดพลาด
- ไม่มีลายเซ็นรับทราบ – หากลูกจ้างไม่ได้ลงชื่อรับทราบตารางล่วงหน้า นายจ้างจะพิสูจน์ความยินยอมได้ยาก
- เปลี่ยนแปลงกะโดยไม่แจ้งล่วงหน้า – การเปลี่ยนกะกะทันหันโดยไม่บันทึกหรือแจ้ง อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างฝ่ายเดียว และลูกจ้างไม่จำต้องปฏิบัติตาม
- เนื้อหาขัดต่อกฎหมายแรงงาน – เช่น กำหนดชั่วโมงทำงานเกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์โดยไม่มีข้อยกเว้น หรือไม่จัดวันหยุดขั้นต่ำ
- ขัดกับสัญญาจ้าง – ตารางระบุเวลาแตกต่างจากสัญญาจ้างหลัก โดยมิได้มีการแก้ไขสัญญาให้สอดคล้อง อาจเกิดความสับสนและข้ออ้างว่าไม่เป็นธรรม
แนวป้องกัน
ตรวจทานตารางเทียบกับสัญญาจ้างและข้อบังคับการทำงานก่อนอนุมัติทุกครั้ง และให้ลูกจ้างเซ็นรับทราบเมื่อมีการปรับเปลี่ยนทั้งก่อนใช้และระหว่างรอบตาราง
เปรียบเทียบตารางการทำงานกับเอกสารอื่น
ตารางการทำงานมีขอบเขตการใช้งานเฉพาะ ต่างจากเอกสารแรงงานอื่นตามตารางนี้
| เอกสาร | ความหมาย | วัตถุประสงค์หลัก | ผู้เกี่ยวข้อง | ผลผูกพัน |
|---|---|---|---|---|
| ตารางการทำงาน | เอกสารกำหนดเวลาเข้างาน-ออกงานรายวัน/เดือน | สื่อสารเวลาทำงานล่วงหน้า | นายจ้าง ลูกจ้าง HR | มีผลเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงเมื่อสอดคล้องกับสัญญา |
| บันทึกเวลา | บันทึกการเข้างานจริงของลูกจ้าง | ใช้คำนวณค่าจ้างและตรวจสอบการตรงต่อเวลา | ลูกจ้างลงเวลา / HR ประมวลผล | ไม่อาจใช้กำหนดตารางล่วงหน้า ได้เฉพาะเวลาที่เกิดขึ้นจริง |
| สัญญาจ้าง | ข้อตกลงหลักระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง | กำหนดค่าจ้าง ตำแหน่ง หน้าที่ และสภาพการจ้างโดยรวม | นายจ้างกับลูกจ้าง | มีผลผูกพันตามกฎหมาย ตารางต้องไม่ขัดแย้ง |
| ข้อบังคับการทำงาน | ประกาศเกี่ยวกับระเบียบองค์กร | กำหนดวันเวลาทำงาน วินัย และสวัสดิการ | นายจ้าง ลูกจ้างทั้งองค์กร | มีผลตามกฎหมาย ตารางควรสอดคล้อง |
| ตารางเวร | ตารางหมุนเวียนบุคคลตามภาระงาน | บริหารกำลังคนในงานต่อเนื่อง เช่น รปภ. พยาบาล | หัวหน้างาน ลูกจ้าง | ลักษณะเดียวกับตารางการทำงาน แต่เน้นการสับเปลี่ยนบุคคล |
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
แม้กฎหมายไม่ได้กำหนดรูปแบบของตารางการทำงานไว้โดยตรง แต่เนื้อหาภายในต้องสอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 โดยเฉพาะหมวดว่าด้วยเวลาทำงาน วันหยุด และค่าตอบแทน ตารางต่อไปนี้สรุปข้อกำหนดสำคัญที่ควรนำมาเทียบกับตารางงาน
| หัวข้อ | ข้อกำหนดตามกฎหมาย | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| เวลาทำงานต่อวัน | ไม่เกิน 8 ชั่วโมง (งานบางประเภทอาจตกลงให้เกินได้) | หากเกินต้องได้รับค่าล่วงเวลา |
| เวลาทำงานต่อสัปดาห์ | ไม่เกิน 48 ชั่วโมง | สำหรับงานทั่วไปที่ไม่ได้เข้าข้อยกเว้น |
| เวลาพัก | อย่างน้อย 1 ชั่วโมงหลังจากทำงานต่อเนื่องไม่เกิน 5 ชั่วโมง | นายจ้างอาจจัดพักครั้งละไม่น้อยกว่า 20 นาทีก็ได้ |
| วันหยุดประจำสัปดาห์ | อย่างน้อย 1 วันต่อสัปดาห์ | อาจกำหนดเป็นวันใดก็ได้ตามข้อตกลง |
| วันหยุดตามประเพณี | อย่างน้อย 13 วันต่อปี ตามที่นายจ้างประกาศ | รวมวันแรงงานแห่งชาติ |
| ค่าล่วงเวลา | ในอัตราที่สูงกว่าค่าจ้างปกติตามที่กฎหมายกำหนด | ต้องทำงานเกินด้วยความสมัครใจและมีบันทึกเวลา |
หากตารางงานละเมิดข้อกำหนดเหล่านี้ ตารางส่วนนั้นไม่อาจใช้บังคับได้ และนายจ้างอาจต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
แบบฟอร์มตารางการทำงานมีในรูปแบบไฟล์อะไรบ้าง
ตอบ: มีให้ในรูปแบบ Word, Excel และ PDF โดยไฟล์ Excel เหมาะที่สุดสำหรับตารางกะที่ต้องคำนวณชั่วโมงงานรวม เพราะสามารถใช้สูตรอัตโนมัติได้
ตารางการทำงานรายเดือนกับประจำวันแตกต่างกันอย่างไร
ตอบ: ความแตกต่างหลักคือขอบเขตเวลา ตารางรายเดือนแสดงภาพรวมทั้งเดือนเพื่อการวางแผนกำลังคน ส่วนตารางประจำวันระบุรายละเอียดเฉพาะวันนั้น มักใช้ยืนยันหน้างานหรือแนบกับบันทึกเวลา
จะออกแบบตารางงานด้วยตัวเองได้อย่างไร
ตอบ: เริ่มจากเปิดโปรแกรม Excel แล้วสร้างคอลัมน์ตามองค์ประกอบจำเป็น ได้แก่ ชื่อพนักงาน วันที่ กะ เวลาเข้า-ออก เวลาพัก และหมายเหตุ จากนั้นเพิ่มสูตรคำนวณชั่วโมงรวมถ้าต้องการ แล้วบันทึกเป็นเทมเพลตเพื่อใช้ซ้ำ
แบบตารางการทำงานใช้แทนสัญญาจ้างได้หรือไม่
ตอบ: ไม่ได้ เพราะตารางเป็นเพียงเอกสารกำหนดเวลาเข้า-ออกงานเท่านั้น ไม่ได้ระบุค่าจ้าง ตำแหน่ง หน้าที่ หรือเงื่อนไขการจ้างทั้งหมด การใช้แทนสัญญาจะทำให้สิทธิตามกฎหมายไม่ครบถ้วน
การไม่ระบุเวลาพักในตารางมีผลอย่างไร
ตอบ: อาจขัดต่อมาตรฐานขั้นต่ำตามกฎหมาย ส่งผลให้ลูกจ้างไม่อาจแน่ใจว่าได้พักตามสิทธิหรือไม่ และยังกระทบต่อการคำนวณชั่วโมงการทำงานเพื่อเบิกค่าล่วงเวลา
ตาราง Schedule งาน จำเป็นต้องเซ็นชื่อทั้งสองฝ่ายหรือไม่
ตอบ: ไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องเซ็น แต่ควรให้ลูกจ้างลงลายมือชื่อรับทราบเพื่อใช้เป็นหลักฐาน หากไม่มีลายเซ็น ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจปฏิเสธความผูกพันได้ในภายหลัง
ดาวน์โหลดแม่แบบตารางการทำงานได้ที่ไหน
ตอบ: สามารถดาวน์โหลดแม่แบบตารางการทำงานฟรีได้จากเว็บไซต์นี้ โดยมีให้เลือกทั้งรูปแบบ Excel และ PDF พร้อมคำแนะนำวิธีกรอกที่ปรับให้เข้ากับลักษณะงานของคุณ
คู่มือนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กฎหมายแตกต่างกันไปตามพื้นที่และเปลี่ยนแปลงได้ โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตสำหรับกรณีของคุณ


