แบบ ฟอร์ม แจ้ง เข้า งาน: คำอธิบาย ตัวอย่าง และวิธีการกรอก (2569)
แบบฟอร์มแจ้งเข้าทำงานคืออะไร อธิบายองค์ประกอบ ข้อมูลที่ต้องระบุ ตัวอย่างที่กรอกแล้ว ข้อควรระวัง พร้อม FAQ และตารางเปรียบเทียบกับแบบ บต.32 บต.52 และเอกสารที่เกี่ยวข้อง

แบบ ฟอร์ม แจ้ง เข้า งาน (ชื่อเต็ม: แบบ ตท.2) คือเอกสารเริ่มต้นสำหรับผู้ประกอบการที่รับคนต่างด้าวเข้าทำงาน ทุกครั้งที่มีการจ้างงานใหม่หรือเปลี่ยนตัวนายจ้าง กฎหมายกำหนดให้นายจ้างใช้แบบฟอร์มนี้รายงานข้อเท็จจริงต่อกรมการจัดหางาน ภายใน 15 วันนับแต่วันเริ่มงานจริง เพื่อให้ภาครัฐควบคุมการจ้างแรงงานข้ามชาติได้อย่างถูกต้อง แบบ ตท.2 ไม่ใช่ใบอนุญาตทำงาน แต่เป็นสะพานเชื่อมไปสู่การขอ Work Permit และการตรวจสอบสถานะการจ้างงานที่ปลอดภัย
แบบ ฟอร์ม แจ้ง เข้า งานคืออะไร
แบบ ฟอร์ม แจ้ง เข้า งาน คือหนังสือแจ้งของนายจ้างเพื่อบันทึกการเริ่มงานของลูกจ้างสัญชาติอื่นที่ไม่ใช่ไทย ภายใต้พระราชกำหนดการนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศ พ.ศ. 2562 กฎหมายต้องการให้ทางการทราบว่าใครจ้างใคร ที่ไหน และเริ่มวันไหน เพื่อป้องกันการใช้แรงงานผิดประเภท
สถานการณ์จริง – ร้านก่อสร้างแห่งหนึ่งในสมุทรสาครรับคนงานชาวเมียนมา 3 คนผ่านระบบ MOU ของรัฐ เมื่อคนงานเดินทางมาถึงและผ่านตรวจสุขภาพ บริษัทต้องกรอก แบบ ตท.2 ภายใน 15 วัน มิฉะนั้นเจ้าหน้าที่อาจตรวจพบภายหลังและปรับนายจ้างสูงถึงรายละ 200,000 บาท แบบฟอร์มนี้จึงเป็นเสมือน “ตั๋วเริ่มงาน” ที่นายจ้างต้องทำให้เสร็จก่อนที่จะขอใบอนุญาตทำงานครั้งแรก
ความสำคัญของแบบ ฟอร์ม แจ้ง เข้า งาน
การกรอกและยื่น แบบ ฟอร์ม แจ้ง เข้า งาน ตรงเวลาช่วยป้องกันความผิดทางอาญาของนายจ้างและรักษาสิทธิของลูกจ้าง
- ความผิดและโทษ – หากไม่ยื่นภายใน 15 วัน โดยไม่มีเหตุอันควร มาตรา 13 แห่งพระราชกำหนดฯ ระบุโทษปรับสูงสุด 200,000 บาทต่อลูกจ้างหนึ่งราย และหากฝ่าฝืนซ้ำอาจมีโทษจำคุก นอกจากนี้ลูกจ้างที่ไม่มีหลักฐานการแจ้งเข้าอาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน กลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายทันที
- เรื่องที่คนมักเข้าใจผิด – นายจ้างบางรายคิดว่าแค่ยื่นขอใบอนุญาตทำงาน (ตท.1) ก็พอแล้ว แต่ในระบบของกรมการจัดหางาน การแจ้งเข้าทำงานเป็นคนละขั้นตอนและต้องทำก่อน หากข้ามขั้นตอนนี้การขอใบอนุญาตทำงานอาจถูกตีกลับหรือล่าช้า
- มุมผู้เชี่ยวชาญ – เจ้าหน้าที่กรมการจัดหางานมักตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างวันที่ใน แบบ ตท.2 กับใบอนุญาตทำงาน หากกรอกวันที่เริ่มงานไม่ตรงกับความเป็นจริง เช่น ลงวันที่ย้อนหลังเพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับ อาจถูกดำเนินคดีฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานด้วย
ประเภทของแบบฟอร์มและกรณีที่ต้องใช้
แบบฟอร์มนี้ใช้กับแรงงานต่างด้าวทุกสัญชาติที่ต้องขอใบอนุญาตทำงาน แต่ลักษณะการใช้งานต่างกันไปตามที่มาของคนงาน
กรณีตามข้อตกลง MOU
ผู้ประกอบการที่นำเข้าแรงงานจากเมียนมา ลาว กัมพูชา ภายใต้บันทึกข้อตกลงระหว่างรัฐ ต้องยื่น แบบ ตท.2 พร้อมกับบัญชีรายชื่อ (Name List) ที่ได้รับอนุมัติและใบรับรองแพทย์ โดยมักใช้พร้อมกันกับเอกสาร MOU ต้นฉบับ
กฎการตัดสินใจ – หากบริษัทของคุณได้รับหนังสืออนุญาตให้นำเข้าตาม MOU แล้ว และคนงานเดินทางถึงประเทศไทย ถือว่าเข้าข่ายนี้ทันที เริ่มนับระยะเวลา 15 วันหลังจากคนงานรายงานตัว
กรณีเปลี่ยนนายจ้าง
เมื่อลูกจ้างคนต่างด้าวย้ายบริษัท แม้จะยังมีใบอนุญาตทำงานที่ยังไม่หมดอายุ นายจ้างใหม่ยังต้องยื่น แบบ ตท.2 ของตนเอง ไม่สามารถใช้ของเดิมต่อได้
ข้อควรระวัง – นายจ้างใหม่ต้องให้แน่ใจว่านายจ้างเก่าได้ยื่น บต.32 (แจ้งออกจากงาน) แล้ว มิฉะนั้นระบบจะมองว่าลูกจ้างยังผูกพันกับที่เก่าและอาจเกิดปัญหาการอนุมัติ
กรณีย้ายสถานที่ทำงาน
เมื่อลูกจ้างย้ายไปทำงานในสาขาใหม่ของนายจ้างเดิม โดยมากใช้ แบบ บต.52 อย่างไรก็ตาม สำนักงานจัดหางานบางจังหวัดขอให้ยื่น แบบ ตท.2 ควบคู่เพื่อเริ่มบันทึกประวัติการทำงานใหม่ ณ ที่ตั้งแห่งนั้น จึงควรสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนยื่นเอกสาร
ข้อมูลที่ต้องกรอกในแบบฟอร์ม
ตารางนี้สรุปช่องข้อมูลสำคัญที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ ล้วนมีนัยกฎหมาย
| ฟิลด์ที่ต้องกรอก | ความหมายและที่มา | ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย |
|---|---|---|
| ชื่อ-สกุลลูกจ้าง | ต้องตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร รวมชื่อกลาง | เขียนชื่อเล่น หรือแปลชื่อผิดจากภาษาอังกฤษเป็นไทย |
| เลขที่หนังสือเดินทาง | ให้ถ่ายจากหน้า Passport ปัจจุบัน หากต่อเล่มใหม่ต้องใช้เลขใหม่ | ใช้เล่มเก่าหมดอายุ หรือสลับตัวเลข |
| เลขที่ใบอนุญาตทำงาน | ระบุเฉพาะเมื่อมีอยู่แล้ว นำมาจากหน้าแรกของสมุด Work Permit | ใส่เลขผิดหลัก หรือใช้เลขจากใบอนุญาตเดิมที่ถูกยกเลิกไปแล้ว |
| สัญชาติ | ระบุตามที่ปรากฏในหน้าหนังสือเดินทาง เช่น “CAMBODIAN” | เขียนเป็นภาษาไทยสั้นเกิน เช่น “เขมร” แทน “กัมพูชา” เมื่อแบบฟอร์มต้องการชื่อทางการ |
| ตำแหน่งงาน | ต้องตรงกับสัญญาจ้างและประเภทงานที่ MOU อนุญาต | ใช้คำว่า “กรรมกร” โดยไม่ระบุหน้าที่เฉพาะ ซึ่งอาจไม่ตรงกับประเภทที่ขออนุญาตไว้ |
| สถานที่ทำงาน | ชื่อบริษัทตามทะเบียนพาณิชย์ และที่อยู่ละเอียดถึงเลขที่ อาคาร ถนน แขวง/ตำบล | ใส่เฉพาะชื่อย่อหรือชื่อทางการค้า ไม่ใช้ชื่อนิติบุคคลเต็ม |
| วันที่เริ่มงาน | วันที่ลูกจ้างก้าวเข้ามาเริ่มทำงานจริงในสถานประกอบการ | ลงวันที่ล่วงหน้า หรือย้อนหลังเพื่อให้สอดคล้องกับเอกสารอื่น ซึ่งเสี่ยงแจ้งเท็จ |
การใช้หมึกดำเท่านั้น ห้ามขูดลบหรือใช้น้ำยาลบคำผิด หากกรอกผิด ควรพิมพ์ใหม่ทั้งฉบับ
เอกสารประกอบที่ต้องยื่นพร้อมแบบฟอร์ม
แต่ละกรณีมีชุดเอกสารต่างกัน แนะนำให้เตรียมล่วงหน้าโดยใช้รายการตรวจสอบนี้
สำหรับกรณี MOU
- สำเนาหนังสือเดินทางหรือเอกสารแทน (Temporary Passport)
- บัญชีรายชื่อผู้ได้รับอนุญาต (Name List) พร้อมสำเนา MOU
- ใบรับรองแพทย์ที่มีอายุไม่เกิน 30 วัน
- รูปถ่ายขนาด 3x4 ซม. จำนวน 2–3 รูป (สอบถามจำนวนที่แน่นอนจากสำนักงาน)
- หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้รับมอบ หากไม่ใช่ผู้มีอำนาจลงนาม
สำหรับกรณีเปลี่ยนนายจ้างหรือรับเข้าทั่วไป
- สำเนาหนังสือเดินทาง (หน้าข้อมูลและหน้าวีซ่าที่ยังไม่หมดอายุ)
- สำเนาใบอนุญาตทำงาน (ถ้ามี) ฉบับที่ไม่หมดอายุ
- สัญญาจ้างแรงงานที่ระบุค่าจ้างและเงื่อนไข
- หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลของนายจ้างที่ออกไม่เกิน 3 เดือน
- หนังสือแจ้งออกจากงาน (บต.32) จากนายจ้างเดิม หากเพิ่งย้ายมา
เอกสารพิเศษตามสถานการณ์
- หากย้ายสถานที่ทำงานโดยนายจ้างเดิมไม่เปลี่ยน ให้แนบ บต.52 ร่วมกับ ตท.2 (ตามที่เจ้าหน้าที่ขอ)
- ถ้าลูกจ้างยังไม่เคยมีใบอนุญาตทำงาน ต้องยื่น ตท.1 พร้อมกัน เตรียมสำเนาเพิ่มตามรายการของ ตท.1
ขั้นตอนการยื่นและกำหนดเวลา
การยื่นในเวลาคือหัวใจสำคัญ เพราะวันนับเริ่มจากวันที่ลูกจ้างเริ่มงานจริง ไม่ใช่วันเซ็นสัญญา
ช่องทางการยื่น
- ด้วยตนเอง ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัด ในเขตที่สถานประกอบการตั้งอยู่ ใช้เอกสารตัวจริงทั้งหมด
- ผ่านระบบ e-Service ของกรมการจัดหางาน โดยนายจ้างลงทะเบียนบัญชีผู้ใช้งาน อัปโหลดไฟล์ PDF หรือ JPEG ของเอกสารทุกชุด แล้วรอการตอบกลับทางอีเมล
ระยะเวลาดำเนินการ
ยื่นด้วยตนเอง โดยทั่วไปเจ้าหน้าที่ประทับตรารับภายใน 1–3 วันทำการ หากยื่นออนไลน์อาจใช้เวลา 3–5 วันทำการ แต่ในช่วงที่มีคำขอจำนวนมากอาจยืดออกไป ควรเผื่อเวลาไว้และไม่ควรยื่นในวันสุดท้ายของกำหนด 15 วัน
ค่าธรรมเนียม
การยื่น แบบ ตท.2 เพียงอย่างเดียวไม่มีค่าธรรมเนียม เนื่องจากเป็นเพียงการแจ้งข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม หากต้องขอใบอนุญาตทำงานใหม่พร้อมกัน (ตท.1) จะมีค่าธรรมเนียมตามประเภทงาน เช่น 100 บาทสำหรับแรงงานทั่วไป หรือ 500 บาทสำหรับแรงงานฝีมือ (ตรวจสอบอัตราล่าสุดปี 2569)
คำแนะนำจากผู้ปฏิบัติ – เตรียมสำเนาเอกสารทุกชุดถ่ายให้ชัดเจนและเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องด้วยหมึกน้ำเงินทุกแผ่น เพื่อป้องกันการถูกตีกลับ
ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงในการกรอก
จากประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่และที่ปรึกษากฎหมาย ข้อผิดพลาดเหล่านี้นำไปสู่การปฏิเสธแบบฟอร์มบ่อยครั้ง
- ชื่อไม่ตรงกับ Passport – ตรวจสอบทีละตัวอักษร โดยเฉพาะชื่อสกุลยาว เช่น “THONGKHAM” กับ “THONGKARM”
- ลายมือชื่อผู้มีอำนาจไม่ตรงกับตัวอย่างที่จดทะเบียนบริษัท – ห้ามให้พนักงานคนอื่นเซ็นแทน ใช้ลายเซ็นที่ลงทะเบียนไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเท่านั้น
- เอกสารประกอบหมดอายุ – ตรวจอายุทะเบียนพาณิชย์ (ไม่เกิน 3 เดือน) และใบรับรองแพทย์ (ไม่เกิน 30 วัน) ก่อนแนบ
- กรอกวันที่ผิดรูปแบบ – แบบฟอร์มบางรุ่นใช้ วัน/เดือน/ปี พ.ศ. หากใส่ ค.ศ. หรือสลับเดือน-วันจะถือว่าไม่ถูกต้อง
- ใช้แบบฟอร์มรุ่นเก่า – ก่อนยื่นทุกครั้งให้ดาวน์โหลดเวอร์ชันล่าสุดจากเว็บไซต์กรมการจัดหางาน เพราะอาจมีการปรับเปลี่ยนช่องข้อมูล
- คิดว่าแจ้งเข้าครั้งเดียวแล้วไม่ต้องทำอะไรอีก – หากมีการย้ายที่ทำงานหรือเปลี่ยนนายจ้าง ต้องทำเรื่องใหม่ทุกครั้ง
เมื่อพบข้อผิดพลาดหลังยื่นไปแล้ว ห้ามขีดฆ่าเอง ให้ติดต่อสำนักงานเพื่อขอแก้ไข โดยมากต้องยื่นใหม่ทั้งชุด
ตารางเปรียบเทียบแบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง
นายจ้างมักสับสนระหว่างแบบฟอร์มหลายฉบับ ตารางนี้ช่วยเลือกใช้ให้ถูก
| แบบฟอร์ม | วัตถุประสงค์ | ใครเป็นผู้ยื่น | กำหนดเวลา | เอกสารประกอบที่สำคัญ | หน่วยงาน |
|---|---|---|---|---|---|
| ตท.2 (แจ้งเข้าทำงาน) | รายงานการเริ่มจ้างงานคนต่างด้าวครั้งแรกหรือเปลี่ยนนายจ้าง | นายจ้าง | 15 วันนับแต่วันเริ่มงาน | หนังสือเดินทาง, MOU/Name List, สัญญาจ้าง | กรมการจัดหางาน |
| ตท.1 (คำขอใบอนุญาตทำงาน) | ขอออกใบอนุญาตทำงานให้ลูกจ้างต่างด้าว | นายจ้าง | ก่อนเริ่มงานหรือภายในกำหนดของใบอนุญาตเดิม | ใบรับรองแพทย์, รูปถ่าย, สัญญาจ้าง, หนังสือเดินทาง | กรมการจัดหางาน |
| บต.32 (แจ้งออกจากงาน) | แจ้งสิ้นสุดการจ้างงาน ไม่ว่าจะลาออก เลิกจ้าง หรือหมดสัญญา | นายจ้าง | 15 วันนับแต่วันสิ้นสุด | ใบอนุญาตทำงานตัวจริง, สำเนาหนังสือเดินทาง | กรมการจัดหางาน |
| บต.52 (แจ้งเปลี่ยนสถานที่ทำงาน) | แจ้งเมื่อลูกจ้างย้ายไปทำงานยังสถานที่อื่น แต่นายจ้างยังคงเดิม | นายจ้าง | 15 วันนับแต่วันย้าย | ใบอนุญาตทำงาน, เอกสารแสดงที่อยู่สถานที่ใหม่ | กรมการจัดหางาน |
| ใบอนุญาตทำงาน (WP) | อนุญาตให้คนต่างด้าวทำงานได้ตามกฎหมาย | กรมการจัดหางานออกให้ | ไม่กำหนด (ออกเมื่อคำขออนุมัติ) | – | กรมการจัดหางาน |
ใช้ผิดแบบ เช่น ใช้ บต.52 แทน ตท.2 ตอนเปลี่ยนนายจ้าง จะทำให้การแจ้งไม่สมบูรณ์และต้องทำใหม่
ตัวอย่างแบบฟอร์มที่กรอกข้อมูลแล้ว
สมมติข้อมูลต่อไปนี้เพื่อให้เห็นภาพ
ข้อมูลสมมติ
- นายจ้าง: บริษัท สยามเทรดดิ้ง จำกัด เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 0105555123456
- ลูกจ้าง: Mr. DAVID LEE สัญชาติกัมพูชา หนังสือเดินทางเลขที่ N01234567
- ตำแหน่ง: พนักงานผลิต (Production Worker)
- วันที่เริ่มงาน: 10 มกราคม 2569
- สถานที่ทำงาน: 99/1 ถนนพระราม 2 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ
การกรอกและข้อสังเกต
ช่อง “ชื่อสถานประกอบการ” – กรอก “บริษัท สยามเทรดดิ้ง จำกัด” ตามชื่อที่จดทะเบียนไว้ทุกตัวอักษร ห้ามใช้ชื่อย่อ “สยามเทรดดิ้ง” เพราะอาจไม่ตรงกับบัญชีนิติบุคคล
ช่อง “ชื่อ-สกุลลูกจ้าง” – ใส่ “Mr. DAVID LEE” ตามที่ปรากฏในหน้าข้อมูลหนังสือเดินทาง ภาษาอังกฤษเท่านั้น แม้นายจ้างจะเคยเรียกชื่อภาษาไทย แต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกับ Passport และระบบไม่อนุญาตให้ใช้ชื่ออื่น
ช่อง “เลขที่หนังสือเดินทาง” – “N01234567” ให้คัดลอกจากเครื่องจักรอ่านได้ ห้ามเติมอักษรพิเศษ หากหนังสือเดินทางมีการต่ออายุ ต้องใช้เลขที่ของเล่มใหม่ทันที
ช่อง “สัญชาติ” – เลือก “กัมพูชา” หรือ “CAMBODIAN” ตามที่แบบฟอร์มแต่ละรุ่นกำหนด
ช่อง “ตำแหน่งงาน” – “พนักงานผลิต” ต้องตรงกับสัญญาจ้างและประเภทงานที่ระบุใน MOU หลีกเลี่ยงคำกำกวม
ช่อง “วันที่เริ่มงาน” – “10/01/2569” เป็นวันที่ลูกจ้างเดินเข้ามาทำงานจริง ห้ามลงวันที่ในอนาคต เพราะอาจถูกมองว่าแจ้งเท็จ
ช่อง “ลายมือชื่อนายจ้าง” – ลงนามโดยคุณสมชาย ใจดี กรรมการผู้มีอำนาจ ใช้ลายเซ็นที่จดทะเบียนไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเท่านั้น ห้ามใช้ตรายางหรือให้พนักงานเซ็นแทนเด็ดขาด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
แบบฟอร์มแจ้งเข้าทำงานใช้กับคนต่างด้าวทุกสัญชาติหรือไม่
ใช่ ใช้กับแรงงานทุกสัญชาติที่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายไทย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเมียนมา ลาว กัมพูชา หรือแรงงานฝีมือจากยุโรป แต่อาจมีข้อยกเว้นสำหรับบางสัญชาติภายใต้ข้อตกลงทวิภาคี จึงควรตรวจสอบกับสำนักงานจัดหางานอีกครั้ง
ต้องยื่นแบบฟอร์มแจ้งเข้าทำงานภายในกี่วัน
ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มปฏิบัติงาน หากพ้นกำหนด นายจ้างอาจถูกปรับแม้จะเป็นวันหยุดราชการก็ไม่นับขยาย โดยทั่วไปแล้วไม่มีการผ่อนผันโดยอัตโนมัติ ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่หากมีเหตุจำเป็น
แจ้งเข้า MOU ใช้เอกสารอะไรบ้าง
หลัก ๆ คือ แบบ ตท.2, สำเนาหนังสือเดินทาง, ใบรับรองแพทย์, สำเนาบันทึกข้อตกลง MOU และบัญชีรายชื่อ (Name List) ที่อนุมัติแล้ว บางพื้นที่อาจขอเอกสารแปลภาษาไทยหรือใบรับรองการตรวจลงตราเพิ่มเติม
แบบฟอร์ม บต.32 คืออะไร
บต.32 คือแบบแจ้งออกจากงาน ยื่นเมื่อสิ้นสุดการจ้างคนต่างด้าวทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะลาออก เลิกจ้าง หรือหมดสัญญา นายจ้างต้องยื่นภายใน 15 วัน พร้อมคืนใบอนุญาตทำงานตัวจริงเพื่อยกเลิกสถานะ
หากเปลี่ยนนายจ้างต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง
นายจ้างใหม่ยื่น ตท.2 ของตนเอง พร้อมแนบสัญญาจ้างฉบับใหม่ สำเนาหนังสือเดินทาง และสำเนาใบอนุญาตทำงาน (ถ้ายังไม่หมดอายุ) ในหลายกรณีต้องขอให้ลูกจ้างนำ บต.32 จากนายจ้างเดิมมาด้วยเพื่อยืนยันการสิ้นสุดสัญญาเดิม
สามารถยื่นแบบฟอร์มทางออนไลน์ได้หรือไม่
ได้ ผ่านระบบ e-Service ของกรมการจัดหางาน นายจ้างต้องมีบัญชีผู้ใช้งานและอัปโหลดเอกสารทั้งหมดในรูปแบบดิจิทัล อย่างไรก็ตาม บางกรณีระบบอาจแจ้งให้นำต้นฉบับไปแสดงภายหลัง จึงควรตรวจสอบสถานะในระบบหลังจากยื่นแล้ว
หากกรอกข้อมูลผิดและยื่นไปแล้วจะทำอย่างไร
หากข้อมูลที่ผิดมีนัยสำคัญ เช่น ชื่อคนละตัวกับหนังสือเดินทาง เจ้าหน้าที่จะปฏิเสธการรับแจ้งและให้ยื่นใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาควรติดต่อสำนักงานจัดหางานทันทีเพื่อขอคำแนะนำ การขีดฆ่าหรือแก้ไขในเอกสารที่ยื่นแล้วไม่ได้รับอนุญาตและอาจเป็นการทำลายเอกสารราชการ
ขอใบอนุญาตทำงานต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง
การขอใบอนุญาตทำงาน (ตท.1) ต้องใช้แบบคำขอ, หนังสือเดินทาง, ใบรับรองแพทย์, รูปถ่าย, สัญญาจ้าง และในกรณีที่เพิ่งเริ่มงานต้องแนบหลักฐานการแจ้งเข้าทำงาน (ตท.2) ที่ประทับตรารับแล้วด้วย แสดงให้เห็นว่าเอกสารสองชุดนี้เชื่อมโยงกัน
เอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องและขั้นตอนถัดไป
หลังจากยื่น แบบ ฟอร์ม แจ้ง เข้า งาน สำเร็จ นายจ้างจะได้รับหลักฐานการแจ้งและสามารถดำเนินการขอใบอนุญาตทำงาน หรือใช้เป็นเอกสารประกอบการต่ออายุวีซ่าได้ ควรตรวจสอบวันหมดอายุของใบอนุญาตทำงานและกำหนดเวลาแจ้งออกจากงานล่วงหน้า
เราแนะนำให้อ่าน คู่มือการจ้างงานคนต่างด้าว และ สัญญาจ้างแรงงานฉบับมาตรฐาน ซึ่งมีให้ดาวน์โหลดบนเว็บไซต์ เพื่อให้การจัดการด้านเอกสารสมบูรณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ
คู่มือนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กฎหมายแตกต่างกันไปตามพื้นที่และเปลี่ยนแปลงได้ โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตสำหรับกรณีของคุณ


