สัญญาตัวแทน (Agency Agreement) – ตัวอย่างสัญญาและคู่มือการจัดทำ
ตัวอย่างสัญญาตัวแทน (Agency Agreement Sample) พร้อมคำอธิบายองค์ประกอบสำคัญ แบบฟอร์มเปล่า ข้อควรระวัง และตัวอย่างที่กรอกแล้ว สำหรับตัวการและตัวแทนใช้เป็นแนวทางในการจัดทำสัญญาตัวแทนที่ถูกต้องตามกฎหมายไทย

สัญญาตัวแทน หรือ สัญญาแต่งตั้งตัวแทน (Agency Agreement Sample) คือ สัญญาที่ตัวการ (Principal) มอบอำนาจให้ตัวแทน (Agent) กระทำนิติกรรมแทนภายในขอบเขตที่ตกลงกัน โดยตัวแทนมักได้รับค่านายหน้า (Commission) เป็นค่าตอบแทน สัญญานี้ก่อความผูกพันระหว่างตัวการกับบุคคลภายนอก และอยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ลักษณะ 15 ว่าด้วยตัวแทน (มาตรา 797–832) การมีตัวอย่างสัญญาที่ถูกต้อง (Agency Agreement Sample) จึงช่วยลดความเสี่ยงและทำให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจหน้าที่ชัดเจนตั้งแต่ต้น
สัญญาตัวแทนคืออะไร
ในทางกฎหมาย ตัวแทนคือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ทำนิติกรรมในนามของตัวการ ซึ่งแตกต่างจากลูกจ้างหรือผู้รับจ้างทั่วไป จุดสังเกตสำคัญคือ “อำนาจในการผูกพันตัวการโดยตรง” ตัวอย่างเช่น หากตัวแทนขายลงนามในสัญญาซื้อขายภายในขอบที่กำหนด ตัวการจะต้องรับผิดตามสัญญานั้นทันที (มาตรา 820) ผู้ใช้ควรตรวจสอบเสมอว่าสัญญาที่มีอยู่เป็น “สัญญาตัวแทน” จริง หรือเป็นเพียงสัญญาจ้างหาลูกค้าโดยไม่มีอำนาจลงนาม
จำเป็นต้องทำสัญญาตัวแทนหรือไม่
กฎหมายไม่ได้บังคับให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษรเสมอไป แต่ หากมูลค่าธุรกรรมสูง หรือตัวแทนต้องเข้าถึงข้อมูลสำคัญ การทำหนังสือสัญญาจะป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ดีกว่า ตัวอย่างข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือ การตกลงด้วยวาจาแล้วให้ตัวแทนเริ่มทำงานทันที เมื่อเกิดปัญหาขอบเขตอำนาจ ตัวการอาจไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดต่อบุคคลภายนอกได้ เพราะตัวแทนได้แสดงออกว่ามีอำนาจแล้ว ดังนั้น ควรใช้หนังสือสัญญาเสมอเมื่อตัวแทนมีอำนาจเจรจาหรือทำสัญญาแทน แม้กฎหมายไม่ได้บังคับ
สัญญาตัวแทนมีกี่ประเภท
การจัดประเภทสัญญาตัวแทนช่วยให้เลือกแบบที่เหมาะสมกับการใช้งานจริงได้ถูกต้อง
แบ่งตามสิทธิในพื้นที่
| ประเภท | ลักษณะสำคัญ | เมื่อใดควรใช้ |
|---|---|---|
| แบบผูกขาด (Exclusive) | ตัวการแต่งตั้งตัวแทนเพียงรายเดียวในอาณาเขตที่กำหนด ห้ามตั้งผู้อื่นซ้อน | เมื่อต้องการควบคุมตลาดและสร้างแรงจูงใจให้ตัวแทนลงทุน |
| แบบไม่ผูกขาด (Non‑Exclusive) | ตัวการสามารถแต่งตั้งตัวแทนหลายรายในพื้นที่เดียวกันได้ | เมื่อต้องการกระจายการขายอย่างรวดเร็ว หรือสินค้าเป็นที่ต้องการสูง |
แบ่งตามขอบเขตอำนาจ
- ตัวแทนทั่วไป (General Agent) – มีอำนาจจัดการงานทั้งหมดของตัวการในกิจการนั้น เช่น ผู้จัดการสาขา
- ตัวแทนเฉพาะการ (Special Agent) – มีอำนาจจำกัดเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น เป็นตัวแทนเจรจาขายที่ดินเพียงแปลงเดียว
รูปแบบอื่นที่พบได้บ่อย
- สัญญาตัวแทนขาย (Sales Agency Agreement) – มุ่งเน้นการขายสินค้าในนามตัวการ
- สัญญาตัวแทนค่าคอมมิชชัน (Commission Agency Agreement) – เน้นค่าตอบแทนตามผลสำเร็จ เช่น เปอร์เซ็นต์จากยอดขายสุทธิ
หลายกรณีคู่สัญญาผสมรูปแบบ เช่น ตัวแทนขายแบบผูกขาดและรับค่าคอมมิชชัน ซึ่งต้องระบุเงื่อนไขให้ครอบคลุมในสัญญาเดียวกัน
ความสำคัญของสัญญาตัวแทน
สัญญาที่ร่างอย่างดีช่วยป้องกันปัญหาที่เกิดจาก “ความคาดหวังที่ไม่ตรงกัน” เช่น ตัวแทนคาดว่าจะได้ค่าคอมมิชชันจากยอดขายทั้งหมด แต่ตัวการหักค่าขนส่งออกจากฐานคำนวณ การเขียนระบุสูตรคำนวณและนิยาม “ยอดขายสุทธิ” อย่างชัดเจนจึงจำเป็นมาก นอกจากนี้สัญญายังกำหนดอายุการบอกเลิก หากไม่มีข้อตกลงไว้ คู่สัญญาอาจบอกเลิกได้ตลอดเวลา แต่ต้องรับผิดค่าเสียหายตามมาตรา 826 ซึ่งอาจนำไปสู่การฟ้องร้องยาวนาน
องค์ประกอบสำคัญของสัญญาตัวแทน
เพื่อให้สัญญาครอบคลุมทุกมิติ ควรตรวจสอบองค์ประกอบต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย
1. คู่สัญญาและอำนาจตามกฎหมาย
ระบุว่าตัวการและตัวแทนเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล หากเป็นบริษัทต้องตรวจสอบว่าผู้ลงนามมีอำนาจผูกพันบริษัทตามข้อบังคับหรือไม่
2. ขอบเขตงานและอาณาเขต
ควรอธิบายหน้าที่อย่างเจาะจง เช่น “ตัวแทนมีหน้าที่นำเสนอสินค้าและนัดหมายลูกค้า แต่ไม่มีอำนาจลงนามในสัญญาซื้อขาย” การไม่จำกัดอาณาเขตอาจทำให้ตัวแทนทำงานในพื้นที่ที่ตัวการมีตัวแทนรายอื่นอยู่แล้ว เกิดปัญหาทับซ้อน
3. ค่าตอบแทนและเงื่อนไขการจ่าย
นอกจากระบุอัตรา (เช่น ร้อยละ 5) ต้องระบุให้ชัดว่าค่าคอมมิชชันจะ“เกิดขึ้น”เมื่อใด — เมื่อลูกค้าลงนามในใบสั่งซื้อ หรือเมื่อชำระเงินครบถ้วน ตัวอย่างข้อผิดพลาดคือการเขียนเพียง “จ่ายค่าคอมมิชชัน 5% ทุกไตรมาส” โดยไม่ผูกกับเหตุการณ์ที่ทำให้ตัวแทนมีสิทธิ ซึ่งอาจทำให้ตัวแทนต้องรอค่าตอบแทนนานเกินควร
4. ระยะเวลาและการบอกเลิก
กำหนดระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุด รวมถึงเงื่อนไขการต่ออายุอัตโนมัติ ควรระบุระยะเวลาบอกกล่าวล่วงหน้า (เช่น 30 วัน) และเหตุเลิกสัญญาโดยไม่ต้องบอกกล่าว (เช่น ทุจริตผิดหน้าที่อย่างร้ายแรง)
5. การรักษาความลับและความรับผิด
ข้อสัญญารักษาความลับ (Confidentiality) ควรครอบคลุมข้อมูลราคาต้นทุน รายชื่อลูกค้า และกลยุทธ์การตลาด ข้อกำหนดความรับผิดควรระบุว่า “ตัวแทนไม่ต้องรับผิดในความเสียหายอันเกิดจากการปฏิบัติตามคำสั่งของตัวการ เว้นแต่จงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง” เพื่อจำกัดความเสี่ยงให้สมดุล
6. กฎหมายที่ใช้บังคับและเขตอำนาจศาล
ส่วนใหญ่ระบุให้ใช้กฎหมายไทยและศาลในประเทศไทย เพื่อความแน่นอนในการบังคับคดี
ข้อมูลที่ต้องระบุในสัญญาตัวแทน
เพื่อให้แบบฟอร์มพร้อมใช้งาน ควรเตรียมข้อมูลต่อไปนี้ไว้ล่วงหน้า:
| ลำดับ | รายการ | ตัวอย่างการกรอก |
|---|---|---|
| 1 | วันที่ทำสัญญา | 1 มิถุนายน 2569 |
| 2 | ชื่อ-ที่อยู่ตัวการ | บจก. ตัวอย่าง เลขที่ 123 ถ.สีลม กทม. |
| 3 | ชื่อ-ที่อยู่ตัวแทน | นายสมชาย อยู่ดี เลขบัตรประชาชน 1-2001-… |
| 4 | รายละเอียดสินค้า/บริการ | เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ X ทุกรุ่นที่วางขายระหว่างอายุสัญญา |
| 5 | เขตพื้นที่รับผิดชอบ | กรุงเทพมหานคร |
| 6 | อัตราค่านายหน้า | ร้อยละ 5 ของมูลค่าซื้อขายสุทธิ (ไม่รวม VAT) |
| 7 | เงื่อนไขการจ่ายค่าคอมมิชชัน | จ่ายภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หลังจากลูกค้าชำระเงินครบถ้วน |
| 8 | ระยะเวลาสัญญา | 1 ปี เริ่ม 1 มิ.ย. 69 – 31 พ.ค. 70 |
| 9 | อำนาจในการทำสัญญาแทน | ไม่มีอำนาจลงนาม เว้นแต่ได้รับหนังสืออนุญาตเฉพาะเรื่อง |
| 10 | เงื่อนไขการบอกเลิก | บอกกล่าวล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร 60 วัน |
การกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนตามตารางนี้จะช่วยให้สัญญามีความสมบูรณ์และลดข้อโต้แย้งในภายหลัง
คู่สัญญาและบุคคลที่เกี่ยวข้อง
นอกจากตัวการและตัวแทนแล้ว ยังมีบุคคลที่สามที่ควรเข้าใจบทบาท:
- บุคคลภายนอก (Third Party) – ผู้ที่ตัวแทนเข้าไปทำนิติกรรมด้วย กฎหมายกำหนดว่าหากตัวแทนกระทำภายในขอบอำนาจ ตัวการต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกโดยตรงตามมาตรา 820 แต่หากกระทำเกินอำนาจ ตัวการไม่ต้องผูกพัน เว้นแต่จะให้สัตยาบันย้อนหลัง
- ผู้รับมอบอำนาจ (Attorney-in-Fact) – ต่างจากตัวแทนตรงที่หนังสือมอบอำนาจมักเป็นตราสารฝ่ายเดียว ใช้เฉพาะกิจครั้งคราว และไม่จำต้องมีค่าตอบแทน
- นายหน้า (Broker) – ไม่มีอำนาจผูกพันตัวการเลย เป็นเพียงผู้ชี้ช่องให้คู่สัญญามาทำสัญญากันเอง
ข้อแตกต่างที่มักถูกละเลยคือ ตัวแทนได้รับ “อำนาจตัดสินใจแทน” ภายในกรอบที่กำหนด แต่นายหน้ามีเพียง “โอกาส” ที่จะได้รับค่านายหน้าหากการชี้ช่องสำเร็จ
การนำสัญญาตัวแทนไปใช้
สถานการณ์ที่เหมาะสมกับการใช้สัญญาตัวแทนมีหลายรูปแบบ เช่น
- ขยายตลาดโดยไม่ต้องตั้งสำนักงาน – ผู้ผลิตในกรุงเทพฯ แต่งตั้งตัวแทนขายประจำภาคใต้ โดยมอบอำนาจให้เสนอราคาภายในกรอบที่อนุมัติไว้ล่วงหน้า ลดต้นทุนการบริหาร
- สินค้าที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน – บริษัทประกันภัยแต่งตั้งตัวแทนที่มีใบอนุญาต (Insurance Agent) ให้เสนอขายกรมธรรม์และให้คำแนะนำแก่ลูกค้า โดยตัวแทนจะได้รับค่าคอมมิชชันจากเบี้ยประกัน
- อสังหาริมทรัพย์ – ตัวแทนขายอสังหาฯ อาจทำงานแบบผูกขาดกับเจ้าของโครงการ โดยมีอำนาจพาลูกค้าชมและต่อรองราคาขั้นต้น แต่สัญญาจะซื้อจะขายยังคงลงนามโดยเจ้าของโครงการ
ในทุกกรณี ควรกำหนดบทบาทเรื่องการจัดการเงินของลูกค้าให้ชัดเจน — โดยปกติตัวแทนไม่ควรรับเงินค่าสินค้าโดยตรง เว้นแต่จะตกลงกันเป็นหนังสือ
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 797–832 เป็นแกนกลางในการควบคุมความสัมพันธ์แบบตัวการตัวแทน ประเด็นสำคัญที่ควรรู้:
- มาตรา 820 – นิติกรรมที่ตัวแทนกระทำภายในขอบอำนาจย่อมผูกพันตัวการไปยังบุคคลภายนอก
- มาตรา 826 – คู่สัญญาอาจบอกเลิกสัญญาตัวแทนเมื่อใดก็ได้ หากไม่มีข้อตกลงเป็นอื่น แต่ผู้บอกเลิกอาจต้องรับผิดค่าเสียหาย
- มาตรา 806 และ 807 – ตัวแทนต้องใช้ความระมัดระวังตามสมควรและปฏิบัติตามคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของตัวการ
หากงานของตัวแทนมีลักษณะเข้าข่ายสัญญาจ้างทำของหรือสัญญาจ้างแรงงาน อาจต้องพิจารณาบทบัญญัติในเรื่องนั้นควบคู่กัน นอกจากนี้ ตัวแทนที่ต้องเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ายังต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) อย่างเคร่งครัด
ตัวอย่างการกรอกสัญญาตัวแทน (Agency Agreement Sample – พร้อมคำอธิบาย)
ด้านล่างคือตัวอย่างที่กรอกข้อมูลจำลองให้เห็นภาพการใช้งานจริง โดยอ้างอิงแบบฟอร์มเปล่ามาตรฐาน:
ข้อมูลในสัญญา (จำลอง)
- วันที่: 1 มิถุนายน 2569
- ตัวการ: บริษัท ตัวอย่าง จำกัด (จดทะเบียนเลขที่ 0105569000XXX) สำนักงานใหญ่ เลขที่ 123 ถนนสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
- ตัวแทน: นายตัวอย่าง สมมุติ เลขบัตรประชาชน 1-2001-00XXX-XX-X อยู่บ้านเลขที่ 45/2 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230
- รายละเอียดสินค้า: เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ Example ทุกรุ่นที่วางตลาดในขณะนี้และที่จะเปิดตัวระหว่างอายุสัญญา
- อาณาเขต: กรุงเทพมหานคร ทั้ง 50 เขต
- ค่านายหน้า: ร้อยละ 5 ของยอดขายสุทธิ (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ที่ลูกค้าชำระครบถ้วนแล้ว จ่ายภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
- ระยะเวลา: 1 ปี เริ่ม 1 มิถุนายน 2569 สิ้นสุด 31 พฤษภาคม 2570 บอกเลิกก่อนกำหนดต้องแจ้งเป็นหนังสือล่วงหน้า 60 วัน
- อำนาจของตัวแทน: มีอำนาจนำเสนอสินค้า เจรจาต่อรองราคาภายในกรอบที่ตัวการกำหนด แต่ไม่มีอำนาจลงนามในสัญญาซื้อขายหรือรับชำระเงินค่าสินค้า เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือเฉพาะเรื่อง
- พยาน: ลงนามต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคน
คำอธิบายจากผู้เชี่ยวชาญ – การจำกัดอำนาจเช่นนี้ทำให้ตัวการยังคงควบคุมการปิดสัญญาและการเงินได้อย่างเต็มที่ ตัวแทนจึงทำหน้าที่คล้ายฝ่ายขายนอกสถานที่ที่เพิ่มประสิทธิภาพแต่ไม่สร้างภาระผูกพันที่ควบคุมไม่ได้
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยซึ่งทำให้สัญญาเป็นโมฆะหรือไม่มีผลตามคาด
เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาหลังลงนาม ควรตรวจสอบตามตารางนี้:
| ข้อผิดพลาด | ผลที่อาจเกิด | วิธีป้องกัน |
|---|---|---|
| ไม่ระบุขอบเขตอำนาจ | ตัวแทนอาจทำนิติกรรมเกินอำนาจ ตัวการไม่ต้องผูกพัน แต่ตัวแทนอาจถูกบุคคลภายนอกฟ้องร้องเอง | เขียนอำนาจให้เฉพาะเจาะจง พร้อมตัวอย่างสิ่งที่ทำได้และไม่ได้ |
| ขัดต่อกฎหมาย (เช่น ขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์) | สัญญาเป็นโมฆะทั้งหมด | ตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของสินค้าหรือบริการก่อนทำสัญญา |
| ไม่ประทับตราสำคัญของนิติบุคคลตามข้อบังคับ | สัญญาอาจไม่มีผลผูกพันบริษัท | ศึกษาข้อบังคับบริษัทและประทับตราหากจำเป็น |
| ไม่มีลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย | สัญญาไม่เกิดเป็นนิติกรรม | ตรวจสอบให้ครบทุกหน้าก่อนเก็บฉบับจริง |
| ไม่ระบุเงื่อนไขการจ่ายค่าคอมมิชชันอย่างชัดเจน | เกิดข้อโต้แย้งเรื่องจำนวนเงินและเวลาจ่าย | ใช้สูตรคำนวณและระบุเหตุการณ์ที่ทำให้สิทธิเรียกร้องเกิดขึ้น |
| คู่สัญญาไม่มีอำนาจตามกฎหมาย (เช่น ผู้เยาว์) | สัญญาอาจเป็นโมฆียะ | ตรวจสอบความสามารถของคู่สัญญาก่อนลงนาม |
ตารางเปรียบเทียบ: สัญญาตัวแทนกับเอกสารใกล้เคียง
| เอกสาร | ลักษณะสำคัญ | อำนาจผูกพันคู่สัญญา | ค่าตอบแทนหลัก |
|---|---|---|---|
| สัญญาตัวแทน (Agency) | ตัวแทนทำนิติกรรมในนามตัวการ | ผูกพันตัวการโดยตรงภายในขอบอำนาจ | ค่านายหน้า (Commission) ตามผลงาน |
| สัญญานายหน้า (Brokerage) | นายหน้าเป็นเพียงคนกลางชี้ช่อง | ไม่มีอำนาจผูกพันผู้ว่าจ้าง | ค่าธรรมเนียมเมื่อชี้ช่องสำเร็จ |
| สัญญาจ้างทำของ | ผู้รับจ้างทำงานให้สำเร็จเป็นชิ้นงาน | ไม่ต้องกระทำการแทนผู้ว่าจ้าง | ค่าจ้างตามผลสำเร็จของงาน |
| หนังสือมอบอำนาจ (POA) | ตราสารฝ่ายเดียว ใช้เฉพาะเรื่อง | มอบอำนาจให้ผู้รับไปทำนิติกรรมเฉพาะ | มักไม่มีค่าตอบแทน |
| สัญญาจ้างแรงงาน | ลูกจ้างทำงานภายใต้บังคับบัญชาต่อเนื่อง | ไม่มีอำนาจทำนิติกรรมแทนนายจ้างโดยตรง | เงินเดือนประจำ |
แผนผังการตัดสินใจ: ควรใช้สัญญาแบบใด
ถามตัวเองตามลำดับต่อไปนี้เพื่อเลือกเอกสารให้ตรงความต้องการ:
คุณต้องการให้อีกฝ่ายมีอำนาจลงนามผูกพันคุณกับบุคคลภายนอกหรือไม่?
- ใช่ → ใช้ สัญญาตัวแทน (ระบุขอบอำนาจให้ชัด)
- ไม่ใช่ → ไปข้อ 2
อีกฝ่ายเพียงแค่หาลูกค้าหรือประสานงานให้คุณเป็นผู้ทำสัญญาเอง?
- ใช่ → ใช้ สัญญานายหน้า
- ไม่ใช่ → ไปข้อ 3
งานที่มอบหมายมีเป้าหมายเป็น “ชิ้นงานสำเร็จ” โดยไม่ต้องไปเจรจากับบุคคลภายนอกในนามของคุณ?
- ใช่ → ใช้ สัญญาจ้างทำของ
- ไม่ใช่ → หากคุณควบคุมการทำงานประจำวันอย่างใกล้ชิด ใช้ สัญญาจ้างแรงงาน (หรือสัญญาจ้างบริการที่ไม่มีอำนาจแทน)
สำหรับกรณีที่ตัวแทนต้องเป็นผู้มีสิทธิขายแต่เพียงผู้เดียวในพื้นที่ ควรเลือก สัญญาตัวแทนแบบผูกขาด เสมอ และกำหนดระยะเวลาทดลอง 3–6 เดือนแรกเพื่อประเมินผลงานก่อนผูกพันระยะยาว
ค่าใช้จ่ายและระยะเวลา
ค่าใช้จ่ายในการจัดทำ
สัญญาตัวแทนทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียนและไม่เสียอากรแสตมป์ ยกเว้นมีข้อความที่เข้าข่ายสัญญาเช่าหรือสัญญาจ้างทำของซึ่งอาจต้องปิดอากรตามประมวลรัษฎากร ค่าธรรมเนียมทนายความในการร่างหรือตรวจแก้อยู่ระหว่าง 3,000 ถึง 15,000 บาท ขึ้นกับความซับซ้อน ในหลายกรณีผู้ประกอบการใช้แบบฟอร์มมาตรฐานที่ปรับปรุงเองเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย
ระยะเวลาในการเจรจาและลงนาม
หากคู่สัญญามีข้อมูลพร้อมและไม่มีการแก้ไขมาก โดยทั่วไปจะใช้เวลา 1–3 วันทำการ นับตั้งแต่เริ่มร่างจนลงนาม ความล่าช้ามักเกิดจากการต่อรองเรื่องอัตราค่าคอมมิชชันหรือขอบเขตพื้นที่ ดังนั้นการเตรียม Checklist ข้อมูลให้ครบก่อนเริ่มเจรจาจะช่วยลดระยะเวลาได้อย่างมาก
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. ตัวอย่างสัญญาตัวแทน (Agency Agreement Sample) PDF หาได้จากที่ใด
ท่านสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มเปล่าและตัวอย่างสัญญาตัวแทน (Agency Agreement Sample) ในรูปแบบ PDF ได้โดยตรงจากเว็บไซต์ของเรา ในหมวด “สัญญาตัวแทน” ซึ่งมีทั้งฉบับผูกขาดและไม่ผูกขาดพร้อมคำแนะนำการกรอก
2. สัญญาตัวแทนค่าคอมมิชชันควรระบุเงื่อนไขการจ่ายอย่างไร
ระบุอัตราค่านายหน้าอย่างชัดเจน (เช่น 3% หรือ 5% ของมูลค่าสุทธิ) และกำหนดจุดที่สิทธิค่าคอมมิชชันเกิดขึ้น เช่น “เมื่อลูกค้าชำระเงินเต็มจำนวน” หรือ “เมื่อส่งมอบสินค้า” ควบคู่กับกำหนดเวลาจ่ายที่แน่นอน เช่น ภายใน 30 วันหลังสิ้นเดือนที่มีการรับชำระเงิน
3. แบบฟอร์มสัญญาตัวแทนแบบง่ายต้องมีอะไรบ้าง
อย่างน้อยที่สุดต้องมี ชื่อและที่อยู่คู่สัญญา, หน้าที่และขอบเขตอำนาจของตัวแทน, เขตพื้นที่, อัตราค่าตอบแทน, ระยะเวลาและเงื่อนไขการบอกเลิก, และลายมือชื่อของคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายพร้อมพยาน
4. สัญญาตัวแทนมีผลผูกพันทางกฎหมายต่อบุคคลภายนอกอย่างไร
หากตัวแทนกระทำการภายในขอบอำนาจที่กำหนด ตัวการต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกโดยตรงตามมาตรา 820 แห่ง ป.พ.พ. หากเกินอำนาจ ตัวการอาจปฏิเสธความผูกพันได้ แต่ถ้าตัวการให้สัตยาบันในภายหลัง ก็จะมีผลเสมือนว่าได้กระทำภายในขอบอำนาจ
5. การบอกเลิกสัญญาตัวแทนทำได้เมื่อใด
คู่สัญญาสามารถบอกเลิกตามเวลาที่ตกลงกันไว้ หรือตามมาตรา 826 ที่ให้สิทธิบอกเลิกเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่สัญญากำหนดเงื่อนไขอื่นไว้ อย่างไรก็ตาม หากบอกเลิกโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรอาจต้องชดใช้ค่าเสียหายให้อีกฝ่าย
6. หากตัวแทนทำเกินอำนาจจะเกิดอะไรขึ้น
ตัวแทนต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกเป็นการส่วนตัว และตัวการอาจเรียกค่าสินไหมทดแทนจากตัวแทนได้ หากการกระทำนั้นทำให้เกิดความเสียหาย ทางปฏิบัติควรแจ้งให้ตัวแทนรับทราบขอบเขตเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อป้องกันการเข้าใจผิด
7. สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มสัญญาตัวแทนที่กรอกไว้แล้วได้หรือไม่
ได้ บนเว็บไซต์ของเรามีตัวอย่างสัญญาตัวแทนที่กรอกข้อมูลจำลองไว้เพื่อเป็นแนวทาง ท่านสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มเปล่าและปรับแก้ให้เหมาะกับข้อเท็จจริงของท่านได้ทันที
คู่มือนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กฎหมายแตกต่างกันไปตามพื้นที่และเปลี่ยนแปลงได้ โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตสำหรับกรณีของคุณ

