สัญญาตัวแทน (Agency Agreement) – ตัวอย่างสัญญาและคู่มือการจัดทำ

ตัวอย่างสัญญาตัวแทน (Agency Agreement Sample) พร้อมคำอธิบายองค์ประกอบสำคัญ แบบฟอร์มเปล่า ข้อควรระวัง และตัวอย่างที่กรอกแล้ว สำหรับตัวการและตัวแทนใช้เป็นแนวทางในการจัดทำสัญญาตัวแทนที่ถูกต้องตามกฎหมายไทย

โดยทีมบรรณาธิการ StarterLegal อัปเดต 1 กันยายน 2569 2 นาที
สัญญาตัวแทน (Agency Agreement) – ตัวอย่างสัญญาและคู่มือการจัดทำ

สัญญาตัวแทน หรือ สัญญาแต่งตั้งตัวแทน (Agency Agreement Sample) คือ สัญญาที่ตัวการ (Principal) มอบอำนาจให้ตัวแทน (Agent) กระทำนิติกรรมแทนภายในขอบเขตที่ตกลงกัน โดยตัวแทนมักได้รับค่านายหน้า (Commission) เป็นค่าตอบแทน สัญญานี้ก่อความผูกพันระหว่างตัวการกับบุคคลภายนอก และอยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ลักษณะ 15 ว่าด้วยตัวแทน (มาตรา 797–832) การมีตัวอย่างสัญญาที่ถูกต้อง (Agency Agreement Sample) จึงช่วยลดความเสี่ยงและทำให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจหน้าที่ชัดเจนตั้งแต่ต้น

สัญญาตัวแทนคืออะไร

ในทางกฎหมาย ตัวแทนคือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ทำนิติกรรมในนามของตัวการ ซึ่งแตกต่างจากลูกจ้างหรือผู้รับจ้างทั่วไป จุดสังเกตสำคัญคือ “อำนาจในการผูกพันตัวการโดยตรง” ตัวอย่างเช่น หากตัวแทนขายลงนามในสัญญาซื้อขายภายในขอบที่กำหนด ตัวการจะต้องรับผิดตามสัญญานั้นทันที (มาตรา 820) ผู้ใช้ควรตรวจสอบเสมอว่าสัญญาที่มีอยู่เป็น “สัญญาตัวแทน” จริง หรือเป็นเพียงสัญญาจ้างหาลูกค้าโดยไม่มีอำนาจลงนาม

จำเป็นต้องทำสัญญาตัวแทนหรือไม่

กฎหมายไม่ได้บังคับให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษรเสมอไป แต่ หากมูลค่าธุรกรรมสูง หรือตัวแทนต้องเข้าถึงข้อมูลสำคัญ การทำหนังสือสัญญาจะป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ดีกว่า ตัวอย่างข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือ การตกลงด้วยวาจาแล้วให้ตัวแทนเริ่มทำงานทันที เมื่อเกิดปัญหาขอบเขตอำนาจ ตัวการอาจไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดต่อบุคคลภายนอกได้ เพราะตัวแทนได้แสดงออกว่ามีอำนาจแล้ว ดังนั้น ควรใช้หนังสือสัญญาเสมอเมื่อตัวแทนมีอำนาจเจรจาหรือทำสัญญาแทน แม้กฎหมายไม่ได้บังคับ

สัญญาตัวแทนมีกี่ประเภท

การจัดประเภทสัญญาตัวแทนช่วยให้เลือกแบบที่เหมาะสมกับการใช้งานจริงได้ถูกต้อง

แบ่งตามสิทธิในพื้นที่

ประเภท ลักษณะสำคัญ เมื่อใดควรใช้
แบบผูกขาด (Exclusive) ตัวการแต่งตั้งตัวแทนเพียงรายเดียวในอาณาเขตที่กำหนด ห้ามตั้งผู้อื่นซ้อน เมื่อต้องการควบคุมตลาดและสร้างแรงจูงใจให้ตัวแทนลงทุน
แบบไม่ผูกขาด (Non‑Exclusive) ตัวการสามารถแต่งตั้งตัวแทนหลายรายในพื้นที่เดียวกันได้ เมื่อต้องการกระจายการขายอย่างรวดเร็ว หรือสินค้าเป็นที่ต้องการสูง

แบ่งตามขอบเขตอำนาจ

  • ตัวแทนทั่วไป (General Agent) – มีอำนาจจัดการงานทั้งหมดของตัวการในกิจการนั้น เช่น ผู้จัดการสาขา
  • ตัวแทนเฉพาะการ (Special Agent) – มีอำนาจจำกัดเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น เป็นตัวแทนเจรจาขายที่ดินเพียงแปลงเดียว

รูปแบบอื่นที่พบได้บ่อย

  • สัญญาตัวแทนขาย (Sales Agency Agreement) – มุ่งเน้นการขายสินค้าในนามตัวการ
  • สัญญาตัวแทนค่าคอมมิชชัน (Commission Agency Agreement) – เน้นค่าตอบแทนตามผลสำเร็จ เช่น เปอร์เซ็นต์จากยอดขายสุทธิ

หลายกรณีคู่สัญญาผสมรูปแบบ เช่น ตัวแทนขายแบบผูกขาดและรับค่าคอมมิชชัน ซึ่งต้องระบุเงื่อนไขให้ครอบคลุมในสัญญาเดียวกัน

ความสำคัญของสัญญาตัวแทน

สัญญาที่ร่างอย่างดีช่วยป้องกันปัญหาที่เกิดจาก “ความคาดหวังที่ไม่ตรงกัน” เช่น ตัวแทนคาดว่าจะได้ค่าคอมมิชชันจากยอดขายทั้งหมด แต่ตัวการหักค่าขนส่งออกจากฐานคำนวณ การเขียนระบุสูตรคำนวณและนิยาม “ยอดขายสุทธิ” อย่างชัดเจนจึงจำเป็นมาก นอกจากนี้สัญญายังกำหนดอายุการบอกเลิก หากไม่มีข้อตกลงไว้ คู่สัญญาอาจบอกเลิกได้ตลอดเวลา แต่ต้องรับผิดค่าเสียหายตามมาตรา 826 ซึ่งอาจนำไปสู่การฟ้องร้องยาวนาน

องค์ประกอบสำคัญของสัญญาตัวแทน

เพื่อให้สัญญาครอบคลุมทุกมิติ ควรตรวจสอบองค์ประกอบต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย

1. คู่สัญญาและอำนาจตามกฎหมาย

ระบุว่าตัวการและตัวแทนเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล หากเป็นบริษัทต้องตรวจสอบว่าผู้ลงนามมีอำนาจผูกพันบริษัทตามข้อบังคับหรือไม่

2. ขอบเขตงานและอาณาเขต

ควรอธิบายหน้าที่อย่างเจาะจง เช่น “ตัวแทนมีหน้าที่นำเสนอสินค้าและนัดหมายลูกค้า แต่ไม่มีอำนาจลงนามในสัญญาซื้อขาย” การไม่จำกัดอาณาเขตอาจทำให้ตัวแทนทำงานในพื้นที่ที่ตัวการมีตัวแทนรายอื่นอยู่แล้ว เกิดปัญหาทับซ้อน

3. ค่าตอบแทนและเงื่อนไขการจ่าย

นอกจากระบุอัตรา (เช่น ร้อยละ 5) ต้องระบุให้ชัดว่าค่าคอมมิชชันจะ“เกิดขึ้น”เมื่อใด — เมื่อลูกค้าลงนามในใบสั่งซื้อ หรือเมื่อชำระเงินครบถ้วน ตัวอย่างข้อผิดพลาดคือการเขียนเพียง “จ่ายค่าคอมมิชชัน 5% ทุกไตรมาส” โดยไม่ผูกกับเหตุการณ์ที่ทำให้ตัวแทนมีสิทธิ ซึ่งอาจทำให้ตัวแทนต้องรอค่าตอบแทนนานเกินควร

4. ระยะเวลาและการบอกเลิก

กำหนดระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุด รวมถึงเงื่อนไขการต่ออายุอัตโนมัติ ควรระบุระยะเวลาบอกกล่าวล่วงหน้า (เช่น 30 วัน) และเหตุเลิกสัญญาโดยไม่ต้องบอกกล่าว (เช่น ทุจริตผิดหน้าที่อย่างร้ายแรง)

5. การรักษาความลับและความรับผิด

ข้อสัญญารักษาความลับ (Confidentiality) ควรครอบคลุมข้อมูลราคาต้นทุน รายชื่อลูกค้า และกลยุทธ์การตลาด ข้อกำหนดความรับผิดควรระบุว่า “ตัวแทนไม่ต้องรับผิดในความเสียหายอันเกิดจากการปฏิบัติตามคำสั่งของตัวการ เว้นแต่จงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง” เพื่อจำกัดความเสี่ยงให้สมดุล

6. กฎหมายที่ใช้บังคับและเขตอำนาจศาล

ส่วนใหญ่ระบุให้ใช้กฎหมายไทยและศาลในประเทศไทย เพื่อความแน่นอนในการบังคับคดี

ข้อมูลที่ต้องระบุในสัญญาตัวแทน

เพื่อให้แบบฟอร์มพร้อมใช้งาน ควรเตรียมข้อมูลต่อไปนี้ไว้ล่วงหน้า:

ลำดับ รายการ ตัวอย่างการกรอก
1 วันที่ทำสัญญา 1 มิถุนายน 2569
2 ชื่อ-ที่อยู่ตัวการ บจก. ตัวอย่าง เลขที่ 123 ถ.สีลม กทม.
3 ชื่อ-ที่อยู่ตัวแทน นายสมชาย อยู่ดี เลขบัตรประชาชน 1-2001-…
4 รายละเอียดสินค้า/บริการ เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ X ทุกรุ่นที่วางขายระหว่างอายุสัญญา
5 เขตพื้นที่รับผิดชอบ กรุงเทพมหานคร
6 อัตราค่านายหน้า ร้อยละ 5 ของมูลค่าซื้อขายสุทธิ (ไม่รวม VAT)
7 เงื่อนไขการจ่ายค่าคอมมิชชัน จ่ายภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หลังจากลูกค้าชำระเงินครบถ้วน
8 ระยะเวลาสัญญา 1 ปี เริ่ม 1 มิ.ย. 69 – 31 พ.ค. 70
9 อำนาจในการทำสัญญาแทน ไม่มีอำนาจลงนาม เว้นแต่ได้รับหนังสืออนุญาตเฉพาะเรื่อง
10 เงื่อนไขการบอกเลิก บอกกล่าวล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร 60 วัน

การกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนตามตารางนี้จะช่วยให้สัญญามีความสมบูรณ์และลดข้อโต้แย้งในภายหลัง

คู่สัญญาและบุคคลที่เกี่ยวข้อง

นอกจากตัวการและตัวแทนแล้ว ยังมีบุคคลที่สามที่ควรเข้าใจบทบาท:

  • บุคคลภายนอก (Third Party) – ผู้ที่ตัวแทนเข้าไปทำนิติกรรมด้วย กฎหมายกำหนดว่าหากตัวแทนกระทำภายในขอบอำนาจ ตัวการต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกโดยตรงตามมาตรา 820 แต่หากกระทำเกินอำนาจ ตัวการไม่ต้องผูกพัน เว้นแต่จะให้สัตยาบันย้อนหลัง
  • ผู้รับมอบอำนาจ (Attorney-in-Fact) – ต่างจากตัวแทนตรงที่หนังสือมอบอำนาจมักเป็นตราสารฝ่ายเดียว ใช้เฉพาะกิจครั้งคราว และไม่จำต้องมีค่าตอบแทน
  • นายหน้า (Broker) – ไม่มีอำนาจผูกพันตัวการเลย เป็นเพียงผู้ชี้ช่องให้คู่สัญญามาทำสัญญากันเอง

ข้อแตกต่างที่มักถูกละเลยคือ ตัวแทนได้รับ “อำนาจตัดสินใจแทน” ภายในกรอบที่กำหนด แต่นายหน้ามีเพียง “โอกาส” ที่จะได้รับค่านายหน้าหากการชี้ช่องสำเร็จ

การนำสัญญาตัวแทนไปใช้

สถานการณ์ที่เหมาะสมกับการใช้สัญญาตัวแทนมีหลายรูปแบบ เช่น

  • ขยายตลาดโดยไม่ต้องตั้งสำนักงาน – ผู้ผลิตในกรุงเทพฯ แต่งตั้งตัวแทนขายประจำภาคใต้ โดยมอบอำนาจให้เสนอราคาภายในกรอบที่อนุมัติไว้ล่วงหน้า ลดต้นทุนการบริหาร
  • สินค้าที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน – บริษัทประกันภัยแต่งตั้งตัวแทนที่มีใบอนุญาต (Insurance Agent) ให้เสนอขายกรมธรรม์และให้คำแนะนำแก่ลูกค้า โดยตัวแทนจะได้รับค่าคอมมิชชันจากเบี้ยประกัน
  • อสังหาริมทรัพย์ – ตัวแทนขายอสังหาฯ อาจทำงานแบบผูกขาดกับเจ้าของโครงการ โดยมีอำนาจพาลูกค้าชมและต่อรองราคาขั้นต้น แต่สัญญาจะซื้อจะขายยังคงลงนามโดยเจ้าของโครงการ

ในทุกกรณี ควรกำหนดบทบาทเรื่องการจัดการเงินของลูกค้าให้ชัดเจน — โดยปกติตัวแทนไม่ควรรับเงินค่าสินค้าโดยตรง เว้นแต่จะตกลงกันเป็นหนังสือ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 797–832 เป็นแกนกลางในการควบคุมความสัมพันธ์แบบตัวการตัวแทน ประเด็นสำคัญที่ควรรู้:

  • มาตรา 820 – นิติกรรมที่ตัวแทนกระทำภายในขอบอำนาจย่อมผูกพันตัวการไปยังบุคคลภายนอก
  • มาตรา 826 – คู่สัญญาอาจบอกเลิกสัญญาตัวแทนเมื่อใดก็ได้ หากไม่มีข้อตกลงเป็นอื่น แต่ผู้บอกเลิกอาจต้องรับผิดค่าเสียหาย
  • มาตรา 806 และ 807 – ตัวแทนต้องใช้ความระมัดระวังตามสมควรและปฏิบัติตามคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของตัวการ

หากงานของตัวแทนมีลักษณะเข้าข่ายสัญญาจ้างทำของหรือสัญญาจ้างแรงงาน อาจต้องพิจารณาบทบัญญัติในเรื่องนั้นควบคู่กัน นอกจากนี้ ตัวแทนที่ต้องเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ายังต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) อย่างเคร่งครัด

ตัวอย่างการกรอกสัญญาตัวแทน (Agency Agreement Sample – พร้อมคำอธิบาย)

ด้านล่างคือตัวอย่างที่กรอกข้อมูลจำลองให้เห็นภาพการใช้งานจริง โดยอ้างอิงแบบฟอร์มเปล่ามาตรฐาน:

ข้อมูลในสัญญา (จำลอง)

  • วันที่: 1 มิถุนายน 2569
  • ตัวการ: บริษัท ตัวอย่าง จำกัด (จดทะเบียนเลขที่ 0105569000XXX) สำนักงานใหญ่ เลขที่ 123 ถนนสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
  • ตัวแทน: นายตัวอย่าง สมมุติ เลขบัตรประชาชน 1-2001-00XXX-XX-X อยู่บ้านเลขที่ 45/2 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230
  • รายละเอียดสินค้า: เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ Example ทุกรุ่นที่วางตลาดในขณะนี้และที่จะเปิดตัวระหว่างอายุสัญญา
  • อาณาเขต: กรุงเทพมหานคร ทั้ง 50 เขต
  • ค่านายหน้า: ร้อยละ 5 ของยอดขายสุทธิ (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ที่ลูกค้าชำระครบถ้วนแล้ว จ่ายภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
  • ระยะเวลา: 1 ปี เริ่ม 1 มิถุนายน 2569 สิ้นสุด 31 พฤษภาคม 2570 บอกเลิกก่อนกำหนดต้องแจ้งเป็นหนังสือล่วงหน้า 60 วัน
  • อำนาจของตัวแทน: มีอำนาจนำเสนอสินค้า เจรจาต่อรองราคาภายในกรอบที่ตัวการกำหนด แต่ไม่มีอำนาจลงนามในสัญญาซื้อขายหรือรับชำระเงินค่าสินค้า เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือเฉพาะเรื่อง
  • พยาน: ลงนามต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคน

คำอธิบายจากผู้เชี่ยวชาญ – การจำกัดอำนาจเช่นนี้ทำให้ตัวการยังคงควบคุมการปิดสัญญาและการเงินได้อย่างเต็มที่ ตัวแทนจึงทำหน้าที่คล้ายฝ่ายขายนอกสถานที่ที่เพิ่มประสิทธิภาพแต่ไม่สร้างภาระผูกพันที่ควบคุมไม่ได้

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยซึ่งทำให้สัญญาเป็นโมฆะหรือไม่มีผลตามคาด

เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาหลังลงนาม ควรตรวจสอบตามตารางนี้:

ข้อผิดพลาด ผลที่อาจเกิด วิธีป้องกัน
ไม่ระบุขอบเขตอำนาจ ตัวแทนอาจทำนิติกรรมเกินอำนาจ ตัวการไม่ต้องผูกพัน แต่ตัวแทนอาจถูกบุคคลภายนอกฟ้องร้องเอง เขียนอำนาจให้เฉพาะเจาะจง พร้อมตัวอย่างสิ่งที่ทำได้และไม่ได้
ขัดต่อกฎหมาย (เช่น ขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์) สัญญาเป็นโมฆะทั้งหมด ตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของสินค้าหรือบริการก่อนทำสัญญา
ไม่ประทับตราสำคัญของนิติบุคคลตามข้อบังคับ สัญญาอาจไม่มีผลผูกพันบริษัท ศึกษาข้อบังคับบริษัทและประทับตราหากจำเป็น
ไม่มีลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย สัญญาไม่เกิดเป็นนิติกรรม ตรวจสอบให้ครบทุกหน้าก่อนเก็บฉบับจริง
ไม่ระบุเงื่อนไขการจ่ายค่าคอมมิชชันอย่างชัดเจน เกิดข้อโต้แย้งเรื่องจำนวนเงินและเวลาจ่าย ใช้สูตรคำนวณและระบุเหตุการณ์ที่ทำให้สิทธิเรียกร้องเกิดขึ้น
คู่สัญญาไม่มีอำนาจตามกฎหมาย (เช่น ผู้เยาว์) สัญญาอาจเป็นโมฆียะ ตรวจสอบความสามารถของคู่สัญญาก่อนลงนาม

ตารางเปรียบเทียบ: สัญญาตัวแทนกับเอกสารใกล้เคียง

เอกสาร ลักษณะสำคัญ อำนาจผูกพันคู่สัญญา ค่าตอบแทนหลัก
สัญญาตัวแทน (Agency) ตัวแทนทำนิติกรรมในนามตัวการ ผูกพันตัวการโดยตรงภายในขอบอำนาจ ค่านายหน้า (Commission) ตามผลงาน
สัญญานายหน้า (Brokerage) นายหน้าเป็นเพียงคนกลางชี้ช่อง ไม่มีอำนาจผูกพันผู้ว่าจ้าง ค่าธรรมเนียมเมื่อชี้ช่องสำเร็จ
สัญญาจ้างทำของ ผู้รับจ้างทำงานให้สำเร็จเป็นชิ้นงาน ไม่ต้องกระทำการแทนผู้ว่าจ้าง ค่าจ้างตามผลสำเร็จของงาน
หนังสือมอบอำนาจ (POA) ตราสารฝ่ายเดียว ใช้เฉพาะเรื่อง มอบอำนาจให้ผู้รับไปทำนิติกรรมเฉพาะ มักไม่มีค่าตอบแทน
สัญญาจ้างแรงงาน ลูกจ้างทำงานภายใต้บังคับบัญชาต่อเนื่อง ไม่มีอำนาจทำนิติกรรมแทนนายจ้างโดยตรง เงินเดือนประจำ

แผนผังการตัดสินใจ: ควรใช้สัญญาแบบใด

ถามตัวเองตามลำดับต่อไปนี้เพื่อเลือกเอกสารให้ตรงความต้องการ:

  1. คุณต้องการให้อีกฝ่ายมีอำนาจลงนามผูกพันคุณกับบุคคลภายนอกหรือไม่?

    • ใช่ → ใช้ สัญญาตัวแทน (ระบุขอบอำนาจให้ชัด)
    • ไม่ใช่ → ไปข้อ 2
  2. อีกฝ่ายเพียงแค่หาลูกค้าหรือประสานงานให้คุณเป็นผู้ทำสัญญาเอง?

    • ใช่ → ใช้ สัญญานายหน้า
    • ไม่ใช่ → ไปข้อ 3
  3. งานที่มอบหมายมีเป้าหมายเป็น “ชิ้นงานสำเร็จ” โดยไม่ต้องไปเจรจากับบุคคลภายนอกในนามของคุณ?

    • ใช่ → ใช้ สัญญาจ้างทำของ
    • ไม่ใช่ → หากคุณควบคุมการทำงานประจำวันอย่างใกล้ชิด ใช้ สัญญาจ้างแรงงาน (หรือสัญญาจ้างบริการที่ไม่มีอำนาจแทน)

สำหรับกรณีที่ตัวแทนต้องเป็นผู้มีสิทธิขายแต่เพียงผู้เดียวในพื้นที่ ควรเลือก สัญญาตัวแทนแบบผูกขาด เสมอ และกำหนดระยะเวลาทดลอง 3–6 เดือนแรกเพื่อประเมินผลงานก่อนผูกพันระยะยาว

ค่าใช้จ่ายและระยะเวลา

ค่าใช้จ่ายในการจัดทำ

สัญญาตัวแทนทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียนและไม่เสียอากรแสตมป์ ยกเว้นมีข้อความที่เข้าข่ายสัญญาเช่าหรือสัญญาจ้างทำของซึ่งอาจต้องปิดอากรตามประมวลรัษฎากร ค่าธรรมเนียมทนายความในการร่างหรือตรวจแก้อยู่ระหว่าง 3,000 ถึง 15,000 บาท ขึ้นกับความซับซ้อน ในหลายกรณีผู้ประกอบการใช้แบบฟอร์มมาตรฐานที่ปรับปรุงเองเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย

ระยะเวลาในการเจรจาและลงนาม

หากคู่สัญญามีข้อมูลพร้อมและไม่มีการแก้ไขมาก โดยทั่วไปจะใช้เวลา 1–3 วันทำการ นับตั้งแต่เริ่มร่างจนลงนาม ความล่าช้ามักเกิดจากการต่อรองเรื่องอัตราค่าคอมมิชชันหรือขอบเขตพื้นที่ ดังนั้นการเตรียม Checklist ข้อมูลให้ครบก่อนเริ่มเจรจาจะช่วยลดระยะเวลาได้อย่างมาก

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. ตัวอย่างสัญญาตัวแทน (Agency Agreement Sample) PDF หาได้จากที่ใด
ท่านสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มเปล่าและตัวอย่างสัญญาตัวแทน (Agency Agreement Sample) ในรูปแบบ PDF ได้โดยตรงจากเว็บไซต์ของเรา ในหมวด “สัญญาตัวแทน” ซึ่งมีทั้งฉบับผูกขาดและไม่ผูกขาดพร้อมคำแนะนำการกรอก

2. สัญญาตัวแทนค่าคอมมิชชันควรระบุเงื่อนไขการจ่ายอย่างไร
ระบุอัตราค่านายหน้าอย่างชัดเจน (เช่น 3% หรือ 5% ของมูลค่าสุทธิ) และกำหนดจุดที่สิทธิค่าคอมมิชชันเกิดขึ้น เช่น “เมื่อลูกค้าชำระเงินเต็มจำนวน” หรือ “เมื่อส่งมอบสินค้า” ควบคู่กับกำหนดเวลาจ่ายที่แน่นอน เช่น ภายใน 30 วันหลังสิ้นเดือนที่มีการรับชำระเงิน

3. แบบฟอร์มสัญญาตัวแทนแบบง่ายต้องมีอะไรบ้าง
อย่างน้อยที่สุดต้องมี ชื่อและที่อยู่คู่สัญญา, หน้าที่และขอบเขตอำนาจของตัวแทน, เขตพื้นที่, อัตราค่าตอบแทน, ระยะเวลาและเงื่อนไขการบอกเลิก, และลายมือชื่อของคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายพร้อมพยาน

4. สัญญาตัวแทนมีผลผูกพันทางกฎหมายต่อบุคคลภายนอกอย่างไร
หากตัวแทนกระทำการภายในขอบอำนาจที่กำหนด ตัวการต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกโดยตรงตามมาตรา 820 แห่ง ป.พ.พ. หากเกินอำนาจ ตัวการอาจปฏิเสธความผูกพันได้ แต่ถ้าตัวการให้สัตยาบันในภายหลัง ก็จะมีผลเสมือนว่าได้กระทำภายในขอบอำนาจ

5. การบอกเลิกสัญญาตัวแทนทำได้เมื่อใด
คู่สัญญาสามารถบอกเลิกตามเวลาที่ตกลงกันไว้ หรือตามมาตรา 826 ที่ให้สิทธิบอกเลิกเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่สัญญากำหนดเงื่อนไขอื่นไว้ อย่างไรก็ตาม หากบอกเลิกโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรอาจต้องชดใช้ค่าเสียหายให้อีกฝ่าย

6. หากตัวแทนทำเกินอำนาจจะเกิดอะไรขึ้น
ตัวแทนต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกเป็นการส่วนตัว และตัวการอาจเรียกค่าสินไหมทดแทนจากตัวแทนได้ หากการกระทำนั้นทำให้เกิดความเสียหาย ทางปฏิบัติควรแจ้งให้ตัวแทนรับทราบขอบเขตเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อป้องกันการเข้าใจผิด

7. สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มสัญญาตัวแทนที่กรอกไว้แล้วได้หรือไม่
ได้ บนเว็บไซต์ของเรามีตัวอย่างสัญญาตัวแทนที่กรอกข้อมูลจำลองไว้เพื่อเป็นแนวทาง ท่านสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มเปล่าและปรับแก้ให้เหมาะกับข้อเท็จจริงของท่านได้ทันที

คู่มือนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กฎหมายแตกต่างกันไปตามพื้นที่และเปลี่ยนแปลงได้ โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตสำหรับกรณีของคุณ

คู่มือที่เกี่ยวข้อง

แม่แบบ 1 นาที

สัญญา รื้อ ถอน สิ่ง ปลูก สร้าง: ความหมาย องค์ประกอบสำคัญ และตัวอย่างการกรอก

บทความอธิบายสัญญารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างคืออะไร องค์ประกอบสำคัญ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างการกรอกสัญญา ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย และคำถามที่พบบ่อย สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการทำสัญญาจ้างรื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง

อ่านคู่มือ
แม่แบบ 2 นาที

สัญญาจ้าง ผลิต สินค้า: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับผู้ประกอบการ

คู่มือสัญญาจ้างผลิตสินค้าอย่างเป็นทางการ ครอบคลุมนิยาม ประเภท องค์ประกอบสำคัญ ตัวอย่างการกรอกเอกสาร ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง ตารางเปรียบเทียบกับสัญญาซื้อขาย และ FAQ รวมกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

อ่านคู่มือ

คู่มือทั้งหมด