Maintenance Letter (หนังสือแจ้งการบำรุงรักษา) คืออะไร และแนวทางการใช้

เอกสารอธิบาย Maintenance Letter คืออะไร ประเภท องค์ประกอบสำคัญ ตัวอย่างที่กรอกเสร็จแล้ว ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง และเปรียบเทียบกับเอกสารอื่น พร้อมคำถามที่พบบ่อย

โดยทีมบรรณาธิการ StarterLegal อัปเดต 30 สิงหาคม 2569 2 นาที
Maintenance Letter (หนังสือแจ้งการบำรุงรักษา) คืออะไร และแนวทางการใช้

Maintenance Letter หรือ หนังสือแจ้งการบำรุงรักษา คือหนังสือบอกกล่าวที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่ง (เช่น ผู้ให้เช่า เจ้าของทรัพย์สิน หรือผู้ว่าจ้าง) มีไปยังอีกฝ่ายให้ดำเนินการซ่อมแซม บำรุงรักษา หรือแก้ไขความชำรุดบกพร่องของทรัพย์สินหรือบริการตามสัญญา เอกสารฉบับนี้เป็นนิติกรรมฝ่ายเดียวที่มุ่งให้เกิดผลเป็นการบอกกล่าว (Notice) ให้อีกฝ่ายปฏิบัติหน้าที่ให้ถูกต้อง พร้อมทั้งสร้างหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร (Written Evidence) ไว้ใช้หากเกิดข้อพิพาทในอนาคต

ในทางปฏิบัติ maintenance letter ช่วยกำหนดจุดเริ่มต้นผิดนัด (Default) ลดความเข้าใจผิด และรักษาความสัมพันธ์ตามสัญญาก่อนจะลุกลามถึงขั้นเลิกสัญญาหรือฟ้องร้อง

Maintenance Letter คืออะไร

Maintenance Letter ไม่ใช่คำสั่งศาล แต่เป็นเครื่องมือทางกฎหมายที่ฝ่ายเจ้าหนี้ตามสัญญาใช้เตือนให้อีกฝ่ายกลับมาปฏิบัติตามข้อผูกพันเรื่องการบำรุงรักษา หนังสือฉบับนี้จึงทำหน้าที่เหมือน “หนังสือนัดซ่อม” ที่มีนัยทางกฎหมาย

สิ่งที่ควรรู้:

  • ผลในทางสัญญา: หนังสือนี้ไม่สร้างหนี้ใหม่ แต่ยืนยันหนี้ที่มีอยู่แล้วตามสัญญาหลัก
  • หลักฐานในชั้นศาล: ศาลสามารถรับฟัง maintenance letter เป็นพยานเอกสาร หากรูปแบบและวิธีการส่งเหมาะสม
  • กรณีที่หนี้เกี่ยวกับค่าบำรุงรักษา: ในบางบริบท เอกสารนี้อาจถูกตีความว่าเป็นตราสารเปลี่ยนมือได้ (Negotiable Instrument) แต่ต้องดูเจตนาของคู่สัญญาเป็นสำคัญ

ข้อสังเกตสำคัญ: แม้หนังสือนี้จะร่างเองได้ แต่ผลผูกพันที่แท้จริงขึ้นกับสัญญาหลักและกฎหมายที่ใช้อยู่ หนังสือบอกกล่าวเพียงลำพังไม่อาจเปลี่ยนแปลงสิทธิหน้าที่นอกเหนือจากที่ระบุในสัญญา

ประเภทของ Maintenance Letter (หนังสือแจ้งการบำรุงรักษา)

Maintenance Letter มีหลายรูปแบบ ขึ้นกับนิติสัมพันธ์และประเภทของทรัพย์สินหรือบริการที่เกี่ยวข้อง ตารางด้านล่างสรุปรูปแบบที่พบบ่อย

ประเภท คู่สัญญาหลัก เป้าหมาย สถานการณ์ตัวอย่าง
หนังสือแจ้งซ่อมในสัญญาเช่า ผู้ให้เช่า – ผู้เช่า แจ้งให้ผู้เช่าซ่อมแซมทรัพย์สินที่เช่า หลังคารั่ว ซุ้มประตูพัง เกินกว่าการสึกหรอปกติ
หนังสือเรียกเก็บค่าบำรุงรักษาค้าง เจ้าหนี้ค่าส่วนกลาง – เจ้าของร่วม (อาคารชุด) ทวงถามค่าบำรุงรักษาที่ค้างชำระ นิติบุคคลอาคารชุดแจ้งเจ้าของห้องที่ค้างค่าส่วนกลางเกิน 3 เดือน
หนังสือขอให้ปฏิบัติตามสัญญาบริการ ผู้ว่าจ้าง – ผู้รับจ้าง เรียกร้องให้ทำงานบำรุงรักษาตามมาตรฐาน บริษัทรับจ้างดูแลลิฟต์ละเลยการตรวจเช็ครอบเดือน

การเลือกประเภทที่ถูกต้อง

  • หากความบกพร่องเกี่ยวกับตัวทรัพย์สินที่เช่า และสัญญากำหนดให้ผู้เช่ารับผิดชอบ → ใช้ maintenance letter แบบเช่า
  • หากเป็นหนี้ค่าบริการส่วนกลางที่นิติบุคคลเรียกเก็บ → ใช้ maintenance letter แบบแจ้งหนี้
  • หากผู้รับจ้างไม่บำรุงรักษาตามขอบเขตงาน → ใช้ maintenance letter แบบสัญญาบริการ

การเลือกผิดประเภทอาจทำให้หนังสือขาดน้ำหนักในทางกฎหมาย เพราะข้อเท็จจริงไม่สอดคล้องกับเจตนาของคู่สัญญา

จำเป็นต้องทำ Maintenance Letter หรือไม่

คำตอบตรง: จำเป็นเมื่อสัญญาหลักระบุให้คำบอกกล่าวต้องทำเป็นหนังสือ หรือเมื่อคุณต้องการหลักฐานที่มั่นคงเพื่อใช้ในทางคดี หากไม่เข้าทั้งสองกรณี การแจ้งด้วยวาจาก็อาจใช้ได้ แต่มีความเสี่ยงสูง

กฎหมายบอกอะไร

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204 ถ้าไม่มีกำหนดเวลาชำระหนี้ไว้แน่นอน เจ้าหนี้ต้องบอกกล่าวก่อนลูกหนี้จึงจะชื่อว่าผิดนัด หน้าที่บำรุงรักษาตามสัญญามักไม่มีปฏิทินตายตัว ดังนั้น maintenance letter จึงเป็นเครื่องมือให้ “วันผิดนัด” เริ่มนับอย่างชัดเจน

ข้อควรตัดสินใจ

  • สัญญากำหนดเป็นหนังสือ: อย่าละเลย เพราะหากไม่ทำเป็นหนังสือ อาจเสียสิทธิเรียกร้องตามสัญญา
  • ไม่มีข้อบังคับ: ควรทำเป็นหนังสือเพื่อความปลอดภัย เพราะพยานปากเปล่าอาจถูกโต้แย้งได้ง่าย
  • กรณีผิดนัดเห็นชัด: เช่น ผู้เช่าทิ้งร้าง หนังสืออาจไม่จำเป็นต้องใช้บอกกล่าว แต่ยังควรใช้เป็นหลักฐานประวัติการสื่อสาร

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: การคิดว่า “แจ้งด้วยวาจาแล้วก็พอ” ทั้งที่สัญญาเขียนไว้ชัดเจนว่า “การบอกกล่าวให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษร” ทำให้คู่สัญญาเสียโอกาสในการบังคับตามสัญญา

องค์ประกอบสำคัญของ Maintenance Letter

หนังสือที่มีประสิทธิภาพควรครบถ้วนทั้งเนื้อหาและรูปแบบ ด้านล่างนี้คือรายการตรวจสอบ (Checklist)

✅ Checklist ข้อมูลที่ต้องมี

  • ชื่อและที่อยู่ครบถ้วน: ของผู้ส่งและผู้รับ ตรงตามสัญญาหลักหรือทะเบียนราชการ
  • วันที่ออกหนังสือ: เพื่อใช้เป็นจุดเริ่มต้นนับระยะเวลาดำเนินการ
  • รายละเอียดทรัพย์สิน/บริการ: ระบุที่ตั้ง เลขที่ห้อง หรือขอบเขตงาน
  • ลักษณะความชำรุดบกพร่อง: เป็นรูปธรรม เช่น “กระเบื้องหลังคาหาย 12 แผ่น” ไม่ใช่แค่ “ซ่อมแซมให้เรียบร้อย”
  • กำหนดเวลาแล้วเสร็จ: เป็นจำนวนวัน (15–30 วัน) หรือวันที่แน่นอน พิจารณาจากความยากของงาน
  • คำเตือนผลทางกฎหมาย: เช่น “หากพ้นกำหนด จะบอกเลิกสัญญา/เรียกค่าเสียหาย”
  • ลายมือชื่อด้วยหมึกแท้: กรณีนิติบุคคลให้ระบุตำแหน่งผู้มีอำนาจลงนามด้วย
  • ภาคผนวก (ถ้ามี): ภาพถ่าย รายงาน หรือสำเนาสัญญาที่เกี่ยวข้อง พร้อมระบุจำนวนหน้า

รูปแบบและภาษาที่เหมาะสม

  • ใช้ภาษาไทยที่ชัดเจน หลีกเลี่ยงศัพท์กำกวม
  • รักษาน้ำเสียงเป็นกลาง (Neutral) ไม่ก้าวร้าวหรือข่มขู่
  • ระบุเลขที่อ้างอิง (Reference Number) เพื่อให้ติดตามง่าย
  • ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ เก็บใบตอบรับเป็นหลักฐาน

ตัวอย่าง Maintenance Letter ที่กรอกข้อมูลครบถ้วน

สถานการณ์จำลอง: ผู้ให้เช่าพบหลังคารั่วในบ้านเช่า จึงแจ้งผู้เช่าให้ซ่อมแซมภายใน 15 วัน


หนังสือแจ้งให้ดำเนินการบำรุงรักษาทรัพย์สินที่เช่า
เลขที่อ้างอิง: มส.001/2569

วันที่ 15 มกราคม 2569

เรื่อง ขอให้ซ่อมแซมหลังคารั่ว ณ ทรัพย์สินที่เช่า

เรียน นายวิชัย ประกอบดี (ผู้เช่า)

ด้วยข้าพเจ้า นายสมชาย รักษาทรัพย์ (ผู้ให้เช่า) ได้ทำสัญญาเช่าบ้านเลขที่ 88/22 หมู่บ้านพฤกษาวิลล์ ซอยรามคำแหง 118 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร กับท่าน ตามสัญญาเช่าลงวันที่ 1 มกราคม 2568

บัดนี้ข้าพเจ้าตรวจพบว่า หลังคาบริเวณห้องนอนชั้นสองเกิดการรั่วซึม น้ำฝนไหลเข้าสู่ฝ้าเพดานจนเกิดคราบรอยรั่วและอาจสร้างความเสียหายเพิ่ม ตามสัญญาเช่าข้อ 7 กำหนดให้ผู้เช่ารับผิดชอบการซ่อมแซมส่วนที่ไม่ใช่โครงสร้างใหญ่

จึงขอให้ท่านดำเนินการซ่อมแซมหลังคาดังกล่าวให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือนี้

หากพ้นกำหนดโดยท่านไม่ดำเนินการ ข้าพเจ้าขอสงวนสิทธิเข้าซ่อมแซมเองและเรียกเก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมดจากท่าน รวมถึงอาจใช้สิทธิตามกฎหมายประการต่อไป

จึงเรียนมาเพื่อทราบและดำเนินการโดยด่วน

ขอแสดงความนับถือ

(ลงชื่อ) ___________________
นายสมชาย รักษาทรัพย์
ผู้ให้เช่า

เอกสารแนบ:

  1. ภาพถ่ายความเสียหาย จำนวน 3 ภาพ
  2. สำเนาสัญญาเช่า ข้อ 7

เทคนิคการกรอกข้อมูลให้สมบูรณ์

  • ระยะเวลา: 15 วันเหมาะกับงานซ่อมเล็กน้อย เช่นเปลี่ยนกระเบื้อง 30 วันสำหรับงานที่ต้องรอผู้รับเหมา
  • ค่าใช้จ่าย: ถ้าผู้ให้เช่าจะเข้าไปซ่อมเอง ควรระบุให้ชัดว่า “เรียกเก็บภายหลัง” และต้องออกใบแจ้งหนี้แยก
  • การลงนาม: ใช้หมึกแท้ทุกฉบับ หากเป็นนิติบุคคล ให้ระบุตำแหน่งพร้อมประทับตรา (ถ้ามี)

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการร่าง Maintenance Letter และวิธีหลีกเลี่ยง

ข้อผิดพลาด ผลกระทบ วิธีหลีกเลี่ยง
ข้อมูลผู้รับหรือทรัพย์สินคลาดเคลื่อน หนังสือขาดความชัดเจน เป็นโมฆะหรือถูกโต้แย้งได้ ตรวจสอบตามบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หรือสัญญาหลัก
คำสั่งกว้างเกินไป เช่น “ซ่อมแซมให้เรียบร้อย” ผู้รับไม่รู้ขอบเขตงาน อาจซ่อมแบบขอไปที ระบุการกระทำที่ต้องการอย่างเป็นรูปธรรม
ไม่กำหนดเวลาแล้วเสร็จ ไม่สามารถเริ่มนับวันผิดนัด สร้างความล่าช้าไม่รู้จบ ระบุจำนวนวันหรือวันที่แน่นอนที่สมเหตุสมผล
ข่มขู่เกินขอบเขตที่กฎหมายให้อำนาจ ส่วนข้อความอาจเป็นโมฆะ และผู้รับอาจฟ้องกลับ ใช้ข้อความเตือนตามสิทธิที่สัญญาให้ไว้ ปรึกษาทนายหากมีข้อสงสัย
ไม่มีหลักฐานการส่ง พิสูจน์ได้ยากว่าผู้รับได้รับหนังสือแล้ว ใช้ไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือให้ผู้รับลงนามรับสำเนาคู่ฉบับ
ลงชื่อด้วยดินสอหรือไม่ลงนาม หนังสืออาจถูกปฏิเสธว่าไม่ใช่ของคู่สัญญาแท้จริง ลงหมึกแท้เสมอ กรณีสั่งพิมพ์ก็ควรเซ็นด้วยมือก่อนส่ง

ผังการตัดสินใจ: เลือกใช้ Maintenance Letter แบบใดให้เหมาะกับสถานการณ์

ตารางต่อไปนี้ช่วยให้คุณเลือก maintenance letter ได้ตรงตามข้อเท็จจริง

สถานการณ์ ประเภท Maintenance Letter วิธีการหลัก ขั้นต่อไปหากเพิกเฉย
ผู้เช่าไม่ซ่อมเล็กน้อยตามสัญญาเช่า หนังสือแจ้งซ่อมในสัญญาเช่า กำหนด 15–30 วัน หนังสือบอกเลิกสัญญาเช่า
เจ้าของห้องค้างค่าส่วนกลาง หนังสือแจ้งหนี้ค่าบำรุงรักษา แจ้งยอดค้างและกำหนดชำระ ระงับการใช้ส่วนกลาง หรือฟ้องคดี
ผู้รับจ้างทำงานไม่เป็นไปตามมาตรฐาน หนังสือขอให้ปฏิบัติตามสัญญาบริการ ระบุจุดบกพร่อง และขอให้แก้ไข บอกเลิกสัญญาจ้างและเรียกค่าเสียหาย
คู่พิพาทต้องการจบโดยไม่ฟ้องร้อง ไม่ใช้ maintenance letter แต่ใช้สัญญาประนีประนอม เจรจาและทำสัญญาใหม่

เมื่อ maintenance letter ไม่ใช่ทางออก

  • ถ้าต้องการเรียกร้องเป็นเงินเท่านั้น → ใช้หนังสือทวงถามหนี้ (Debt Collection Letter)
  • ถ้าต้องการบอกเลิกสัญญาเลย → ใช้หนังสือบอกเลิกสัญญา (Termination Notice) โดยตรง
  • ถ้ายังไม่ต้องการผูกพันทางกฎหมาย → ใช้หนังสือแจ้งความจำนง (Letter of Intent) เพื่อหารือปัญหา

เปรียบเทียบ Maintenance Letter กับเอกสารที่เกี่ยวข้อง

ประเภทเอกสาร วัตถุประสงค์หลัก ผลทางกฎหมาย จุดเด่น ข้อควรระวัง
Maintenance Letter แจ้งให้คู่สัญญาซ่อมแซม/บำรุงรักษา เป็นหนังสือบอกกล่าว ใช้เป็นพยานหลักฐาน รักษาความสัมพันธ์ตามสัญญา ต้องอ้างอิงสัญญาหลักให้ถูกต้อง
หนังสือบอกเลิกสัญญา ยกเลิกสัญญาและยุตินิติสัมพันธ์ มีผลให้สัญญาระงับไปตามกฎหมาย ตัดความสัมพันธ์ทันที ใช้แทน maintenance letter ไม่ได้
หนังสือทวงถามหนี้ ทวงถามเงินค้างชำระ เริ่มนับดอกเบี้ยผิดนัด/อายุความ เหมาะกับหนี้เงิน ไม่ครอบคลุมงานซ่อม
หนังสือแจ้งความจำนง แสดงเจตนาเบื้องต้น ไม่มีสภาพบังคับ แต่ต้องกระทำโดยสุจริต ยืดหยุ่น เริ่มต้นเจรจา ผูกพันน้อยมาก
สัญญาประนีประนอมยอมความ ระงับข้อพิพาทด้วยหนี้ใหม่ มีผลผูกพันตาม ป.พ.พ. มาตรา 850 จบเรื่องด้วยข้อตกลงใหม่ ต้องปิดอากรแสตมป์ตามทุนทรัพย์

ข้อสังเกต: เอกสารแต่ละชนิดมีที่ใช้ต่างกัน การเข้าใจความแตกต่างช่วยป้องกันการใช้งานผิดประเภทและลดความเสี่ยงทางกฎหมาย

ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการดำเนินการ

ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

รายการ ค่าใช้จ่าย หมายเหตุ
ร่างด้วยตนเอง + ส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ 30–60 บาท แนะนำสำหรับกรณีไม่ซับซ้อน
ให้ทนายความร่างและส่ง 2,000–5,000 บาท/ฉบับ เหมาะกับข้อเท็จจริงที่ซับซ้อน หรือทุนทรัพย์สูง
ค่าอากรแสตมป์ (ถ้ามี) ตามอัตรา หนังสือแจ้งซ่อมโดยทั่วไปไม่ต้องติดอากร ยกเว้นเข้าลักษณะตราสารเปลี่ยนมือ
ค่าที่ปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี ขึ้นอยู่กับสำนักงาน ควรปรึกษาก่อนส่งหากมีความไม่แน่นอนในสิทธิหน้าที่

ระยะเวลาที่ควรกำหนด

  • งานซ่อมเล็กน้อย (เปลี่ยนอุปกรณ์, อุดรอยรั่ว): 15 วัน
  • งานซ่อมที่ต้องใช้ผู้รับเหมาเฉพาะทาง: 30 วัน
  • งานซ่อมใหญ่หรือต้องรออะไหล่: สมควรเผื่อเวลาเพิ่ม โดยแจ้งเป็นขั้นตอน

โดยทั่วไป เมื่อพ้นกำหนดแล้วผู้รับไม่ดำเนินการ ผู้ส่งควรปรึกษาทนายเพื่อยกระดับเป็นหนังสือบอกเลิกสัญญาหรือฟ้องคดี

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Maintenance Letter จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือหรือไม่?

จำเป็น เมื่อสัญญาหลักระบุให้คำบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษร หรือเมื่อคุณต้องการหลักฐานที่มีน้ำหนักในชั้นศาล แม้กฎหมายไม่ได้บังคับทุกกรณี แต่การทำเป็นหนังสือช่วยให้การพิสูจน์ข้อเท็จจริงทำได้ง่ายขึ้นและลดข้อโต้แย้งเรื่องคำพูด

Maintenance Letter มีผลบังคับตามกฎหมายหรือไม่?

มีผลในฐานะหนังสือบอกกล่าวที่ใช้เป็นพยานหลักฐานได้ แต่ไม่ใช่คำสั่งศาลหรือหมายบังคับคดี ตัวหนังสือเองไม่สามารถบังคับให้อีกฝ่ายกระทำการได้ทันที แต่จะทำให้สถานะทางกฎหมายของฝ่ายผู้แจ้งชัดเจนขึ้นเมื่อดำเนินการขั้นต่อไป เช่น บอกเลิกสัญญาหรือฟ้องร้อง

ควรส่ง Maintenance Letter ทางช่องทางใด?

ช่องทางที่น่าเชื่อถือที่สุดคือไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ เพราะมีใบตอบรับยืนยันวันที่ผู้รับได้รับหนังสือ ทางเลือกอื่นได้แก่ การส่งด้วยตนเองโดยให้ผู้รับลงนามรับสำเนา หรือส่งอีเมลที่มีฟีเจอร์ยืนยันการเปิดอ่านหากสัญญารองรับ

ต้องระบุระยะเวลาซ่อมแซมหรือไม่?

ควรระบุเสมอ เพื่อให้ทราบกรอบเวลาและเริ่มนับวันผิดนัดได้ หากไม่ระบุ ผู้รับอาจอ้างว่าไม่มีกำหนดการเร่งด่วน และทำให้การบังคับใช้สิทธิล่าช้า

ใช้ Maintenance Letter แทนหนังสือบอกเลิกสัญญาได้ไหม?

ไม่ได้ เพราะ maintenance letter มุ่งให้กลับมาปฏิบัติตามสัญญา ส่วนหนังสือบอกเลิกสัญญามุ่งยุตินิติสัมพันธ์อย่างถาวร การใช้แทนกันจะไม่ก่อให้เกิดผลตามที่ประสงค์

ต้องใช้ทนายความในการร่างหรือไม่?

ไม่จำเป็น Maintenance letter ร่างเองได้จากเทมเพลตมาตรฐาน อย่างไรก็ตาม หากข้อเท็จจริงซับซ้อน มีข้อพิพาทหลายประเด็น หรือมูลค่าสูง การให้ทนายตรวจร่างก่อนส่งจะช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมาย

บทสรุป

Maintenance Letter เป็นเครื่องมือทางสัญญาที่ช่วยให้คู่สัญญาสามารถบอกกล่าวให้อีกฝ่ายจัดการซ่อมแซมหรือปฏิบัติตามภาระหน้าที่ได้อย่างเป็นทางการ โดยไม่ต้องกระโดดไปบอกเลิกสัญญาทันที เมื่อนำไปใช้อย่างถูกประเภท ระบุข้อมูลครบถ้วน และเก็บหลักฐานการส่งอย่างดี หนังสือนี้จะกลายเป็นเกราะป้องกันสิทธิและเป็นบันไดไปสู่การแก้ไขข้อพิพาทในขั้นต่อไปอย่างมั่นคง

หากสถานการณ์ของคุณไม่เข้าข่าย maintenance letter ลองพิจารณาเอกสารอื่น เช่น หนังสือบอกเลิกสัญญา หนังสือทวงถามหนี้ หรือสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งมีแบบฟอร์มและคู่มือทางกฎหมายพร้อมสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป

คู่มือนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กฎหมายแตกต่างกันไปตามพื้นที่และเปลี่ยนแปลงได้ โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตสำหรับกรณีของคุณ

คู่มือที่เกี่ยวข้อง

คู่มือทั้งหมด