ฟอร์ม พินัยกรรม คืออะไร

ฟอร์ม พินัยกรรม คือแบบฟอร์มที่ใช้ทำพินัยกรรมตามกฎหมายไทย มีกี่ประเภท ต้องกรอกอย่างไร ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง ตัวอย่างการกรอกที่ถูกต้อง ตารางเปรียบเทียบ และคำถามที่พบบ่อย พร้อมดาวน์โหลดแบบฟอร์ม

โดยทีมบรรณาธิการ StarterLegal อัปเดต 30 สิงหาคม 2569 2 นาที
ฟอร์ม พินัยกรรม คืออะไร

ฟอร์ม พินัยกรรม หรือ แบบฟอร์มพินัยกรรม คือ หนังสือที่ผู้ทำพินัยกรรม (เจ้ามรดก) ใช้ระบุการจัดการทรัพย์สินของตนภายหลังถึงแก่ความตาย เป็นนิติกรรมซึ่งกำหนดตัวผู้รับทรัพย์ (ทายาท) และอาจตั้งผู้จัดการมรดก (Executor) ไว้เพื่อให้ทรัพย์มรดกเป็นไปตามเจตนา เอกสารนี้อยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 ว่าด้วยมรดก และมีผลเมื่อผู้ทำพินัยกรรมเสียชีวิตแล้วเท่านั้น ผู้ใช้งานจึงควรจัดทำพินัยกรรมให้ถูกต้องตามแบบที่กฎหมายกำหนด มิฉะนั้นพินัยกรรมอาจเสียเปล่า (โมฆะ) ได้

ความสำคัญของพินัยกรรม

เจ้ามรดกควบคุมการกระจายทรัพย์สินตามความประสงค์ของตนได้ด้วยการทำพินัยกรรม หากมิได้ทำไว้ ทรัพย์มรดกจะถูกจัดสรรตามหลักการสืบมรดกโดยธรรม (Intestate Succession) ซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดลำดับทายาทไว้แล้ว และอาจไม่ตรงกับเจตนาของผู้ตาย การแบ่งมรดกตามกฎหมายโดยทั่วไปมักก่อให้เกิดข้อพิพาทระหว่างทายาทโดยธรรม (Statutory Heirs) พินัยกรรมที่ชัดเจนจึงลดความขัดแย้งและสร้างความมั่นใจในการจัดการทรัพย์สินภายหลังเสียชีวิต

พินัยกรรมมีกี่ประเภท แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร

กฎหมายไทยรับรองพินัยกรรมไว้ 5 ประเภท ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1654 ถึง 1663 ผู้ใช้งานอาจเลือกประเภทให้เหมาะกับสถานการณ์ของตน ฟอร์มที่จัดทำขึ้นนี้มุ่งใช้กับพินัยกรรมแบบธรรมดาเป็นหลัก

ประเภท ลักษณะสำคัญ เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด กรณีเหมาะสม
พินัยกรรมแบบธรรมดา (Ordinary Will) ผู้ทำลงลายมือชื่อต่อหน้าพยาน 2 คนซึ่งลงลายมือชื่อรับรองในขณะเดียวกัน พยานต้องมีคุณสมบัติ (ไม่เป็นผู้เยาว์หรือบุคคลวิกลจริต) และลงนามพร้อมกันโดยไม่มีขั้นระหว่าง กรณีทั่วไปที่ผู้ทำต้องการความสะดวกและคล่องตัว
พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ (Holographic Will) ผู้ทำเขียนด้วยลายมือตนเองทั้งหมด ลงวันเดือนปี และลงลายมือชื่อ ต้องเขียนด้วยมือตนเองทุกตัวอักษร ห้ามพิมพ์หรือให้ผู้อื่นเขียน กรณีที่ผู้ทำประสงค์จะเก็บเป็นความลับอย่างยิ่ง โดยไม่ต้องมีพยาน
พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง (Public Will) ผู้ทำแจ้งเจตนาต่อนายอำเภอหรือเจ้าพนักงาน ณ ที่ว่าการอำเภอ มีการจดบันทึกโดยเจ้าพนักงาน และมีพยาน 2 คนลงลายมือชื่อ กรณีที่ต้องการความมั่นใจในความถูกต้องตามกฎหมายสูง หรือทรัพย์สินมีมูลค่ามาก
พินัยกรรมแบบเอกสารลับ (Secret Will) ผู้ทำปิดผนึกเอกสารแล้วนำไปแสดงต่อนายอำเภอพร้อมพยาน 2 คนและแจ้งว่าเป็นพินัยกรรมของตน ต้องไม่เปิดเผยเนื้อหาแก่นายอำเภอ และต้องทำตามขั้นตอนเคร่งครัด กรณีที่ต้องการเก็บเนื้อหาเป็นความลับแต่ยังมีหลักฐานทางราชการว่ารับฝากไว้
พินัยกรรมแบบด้วยวาจา (Oral Will) ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ผู้ทำไม่สามารถทำเป็นหนังสือได้ เช่น ใกล้เสียชีวิต ต้องมีพยาน 2 คนขึ้นไป และต้องแจ้งรายละเอียดต่อนายอำเภอภายในเวลาที่กำหนดภายหลังเหตุฉุกเฉินสิ้นสุด เฉพาะภาวะสุดวิสัย (เช่น อุบัติเหตุร้ายแรง) เท่านั้น

แต่ละประเภทมีกระบวนการและผลทางกฎหมายแตกต่างกัน ผู้ใช้งานจึงควรเลือกให้สอดคล้องกับความพร้อมและความต้องการของตน โดยไม่จำต้องเปรียบเทียบว่าประเภทใดดีกว่า แต่ให้พิจารณาจากความเหมาะสมกับข้อเท็จจริงเป็นกรณีไป

องค์ประกอบสำคัญที่ต้องระบุในฟอร์ม พินัยกรรม

พินัยกรรมจะสมบูรณ์ตามกฎหมายได้ควรมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้ ฟอร์มแบบธรรมดาที่จัดทำขึ้นได้กำหนดช่องให้กรอกไว้ครบถ้วนแล้ว:

  • ข้อมูลผู้ทำพินัยกรรม (Testator): ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน อายุ และที่อยู่ เพื่อระบุตัวตนผู้ทำโดยชัดแจ้ง (เช่น นายวิชัย สิงหเดช เลขบัตร 1234567890123)
  • รายการทรัพย์สิน (Estate Assets): ระบุทรัพย์สินทุกประเภทอย่างละเอียด เช่น โฉนดที่ดินเลขที่..., บ้านเลขที่... เงินฝากธนาคาร หรือทรัพย์สินอื่น พร้อมทั้งระบุที่ตั้งและรายละเอียดให้ชัดเจน
  • สัดส่วนการแบ่งทรัพย์ (Share): กำหนดส่วนแบ่งของทรัพย์สินแต่ละรายการให้แก่ทายาทแต่ละคน (เช่น แบ่งให้บุตรคนละครึ่ง)
  • ข้อมูลทายาทผู้รับทรัพย์ (Beneficiary): ชื่อ-นามสกุล ความสัมพันธ์ และข้อมูลติดต่อของทายาท
  • การแต่งตั้งผู้จัดการมรดก (Executor): ระบุชื่อและที่อยู่ของผู้จัดการมรดก (ถ้ามี) ซึ่งจะทำหน้าที่รวบรวมและแบ่งทรัพย์มรดก
  • วันเดือนปีที่ทำ: ลงวันที่อย่างชัดเจนเพื่อเป็นหลักฐานว่าทำขึ้นในขณะที่ผู้ทำมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์
  • ลายมือชื่อผู้ทำและพยาน: ผู้ทำลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานสองคนซึ่งต้องลงลายมือชื่อรับรองพร้อมกัน

พินัยกรรมอาจระบุเงื่อนไขหรือข้อกำหนดเพิ่มเติมได้ (เช่น เงื่อนไขก่อนรับมรดก) แต่ต้องไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

ขั้นตอนการกรอกและใช้งานฟอร์ม พินัยกรรม

ขั้นตอนการใช้งานฟอร์ม พินัยกรรมแบบธรรมดา (Ordinary Will) มีดังนี้:

  1. จัดเตรียมฟอร์ม: ดาวน์โหลดฟอร์มในรูปแบบ Word หรือ PDF แล้วจัดพิมพ์ออกมา (ห้ามใช้กับพินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ เพราะจะผิดแบบ)
  2. กรอกข้อมูลผู้ทำ: ระบุชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน อายุ และที่อยู่ให้ครบถ้วน
  3. ระบุทรัพย์สินและทายาท: กรอกรายละเอียดทรัพย์สินพร้อมสัดส่วน และระบุชื่อทายาทผู้รับทรัพย์อย่างชัดเจน (เช่น โฉนดที่ดินเลขที่ 1234 แบ่งให้บุตรสองคน คนละ 50%)
  4. แต่งตั้งผู้จัดการมรดก: หากประสงค์จะมีผู้จัดการมรดก ให้ระบุชื่อและที่อยู่ของผู้ที่ได้รับแต่งตั้ง
  5. ลงลายมือชื่อ: ผู้ทำพินัยกรรมลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานสองคน ซึ่งพยานทั้งสองต้องลงลายมือชื่อรับรองในขณะเดียวกัน และพยานต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย (เช่น บรรลุนิติภาวะ ไม่เป็นทายาท)
  6. เก็บรักษาฉบับจริง: เก็บพินัยกรรมฉบับจริงไว้ในที่ปลอดภัย อาจทำสำเนาแจกจ่ายแก่ทายาทหรือผู้จัดการมรดก และอาจฝากไว้กับบุคคลที่ไว้วางใจ
  7. ทางเลือกเสริม: เมื่อผู้ทำเสียชีวิต ทายาทหรือผู้จัดการมรดกอาจนำพินัยกรรมไปยื่นต่อศาลเพื่อขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกอย่างเป็นทางการ หรือในกรณีพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองก็อาจนำไปจดทะเบียน ณ ที่ว่าการอำเภอต่อไป

ข้อผิดพลาดที่ทำให้พินัยกรรมเป็นโมฆะ

ข้อผิดพลาดที่อาจทำให้พินัยกรรมเสียเปล่า (โมฆะ) หรือถูกโต้แย้งได้ ควรหลีกเลี่ยงอย่างเคร่งครัด:

  • การไม่ลงวันที่: พินัยกรรมที่ไม่ลงวันเดือนปีอาจก่อให้เกิดข้อสงสัยว่าทำขึ้นเมื่อใด และอาจส่งผลต่อความสมบูรณ์
  • พยานมีคุณสมบัติต้องห้าม: พยานต้องไม่เป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรม หรือเป็นผู้เยาว์ หรือบุคคลวิกลจริต หรือบุคคลตาบอดหูหนวกเป็นใบ้ หากพยานมีลักษณะต้องห้าม อาจทำให้การลงนามรับรองเสียไป
  • ไม่มีพยานสองคน: พินัยกรรมแบบธรรมดาต้องมีพยานอย่างน้อยสองคนลงชื่อรับรองพร้อมกัน หากมีพยานเพียงคนเดียว หรือพยานลงชื่อไม่พร้อมกัน (เช่น ลงคนละวัน) พินัยกรรมอาจไม่สมบูรณ์
  • การแก้ไขข้อความโดยไม่ลงลายเซ็นกำกับ: หากมีการขีดฆ่า แก้ไข หรือเพิ่มเติมข้อความ ต้องให้ผู้ทำและพยานลงลายมือชื่อกำกับไว้ มิฉะนั้นการแก้ไขอาจไม่มีผล
  • ใช้พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับแต่ไม่ได้เขียนด้วยมือทั้งหมด: แม้เพียงส่วนหนึ่งที่พิมพ์หรือให้บุคคลอื่นเขียน ก็อาจทำให้พินัยกรรมแบบนั้นเสียไป
  • พินัยกรรมด้วยวาจาในขณะที่ผู้ทำไม่อยู่ในสภาพสุดวิสัย: การทำพินัยกรรมด้วยวาจาจะใช้ได้เฉพาะในภาวะฉุกเฉินจริง หากผู้ทำสามารถกลับมาทำเป็นหนังสือได้แต่ไม่ทำ พินัยกรรมด้วยวาจาอาจสิ้นผล

พินัยกรรมที่บกพร่องโดยทั่วไปอาจถูกโต้แย้งจากทายาทโดยธรรม และศาลอาจพิพากษาให้เป็นโมฆะหรือโมฆียะ ทั้งนี้ ผลทางกฎหมายย่อมขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงเป็นกรณี ๆ ไป

ตัวอย่างการกรอกฟอร์ม พินัยกรรมแบบธรรมดา

ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างฟอร์มที่กรอกด้วยข้อมูลสมมติ เพื่อให้ผู้ใช้งานเห็นแนวทางการกรอกที่ถูกต้องและลดความผิดพลาด:

ตัวอย่างเนื้อหาในฟอร์ม:

  • ผู้ทำพินัยกรรม: นายวิชัย สิงหเดช อายุ 60 ปี เลขบัตรประจำตัวประชาชน 1-2345-67890-12-3 ภูมิลำเนาอยู่ที่ บ้านเลขที่ 88 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร
  • ทรัพย์สินที่ระบุ:
    • โฉนดที่ดินเลขที่ 1234 หน้าสำรวจ 5678 เนื้อที่ 100 ตารางวา ตั้งอยู่ที่ ตำบลบางรัก อำเภอบางรัก จังหวัดกรุงเทพมหานคร
    • เงินฝากธนาคารพาณิชย์ จำนวน 2,000,000 บาท (สองล้านบาทถ้วน)
  • ทายาทผู้รับทรัพย์:
    1. นายสมชาย สิงหเดช (บุตร) ได้รับส่วนแบ่งที่ดินครึ่งหนึ่ง และเงินฝากทั้งหมด
    2. นางสาวสมหญิง สิงหเดช (บุตร) ได้รับส่วนแบ่งที่ดินอีกครึ่งหนึ่ง
  • ผู้จัดการมรดก: แต่งตั้ง นายสมชาย สิงหเดช เป็นผู้จัดการมรดก
  • วันที่: 15 พฤษภาคม 2568
  • ลายเซ็น: นายวิชัย (ผู้ทำ) ลงลายมือชื่อต่อหน้า นายเอกชัย ใจดี (พยานคนที่หนึ่ง) และ นายธานี รักษ์ธรรม (พยานคนที่สอง) ซึ่งลงลายมือชื่อรับรองในขณะเดียวกัน

ข้อสังเกตประกอบการกรอก:

  • การระบุทรัพย์สิน โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ ควรลงเลขโฉนดและที่ตั้งให้ถูกต้องตรงกับเอกสารสิทธิ์ เพื่อป้องกันข้อโต้แย้ง
  • การระบุทายาทอย่างชัดเจน (ชื่อ-นามสกุล และความสัมพันธ์) ช่วยลดความสับสนหากมีทายาทที่มีชื่อคล้ายกัน
  • วันที่ต้องเป็นวันที่ลงนามจริงและตรงกับที่พยานทั้งสองลงชื่อ พยานควรลงชื่อในวันเดียวกันและต่อหน้าผู้ทำ
  • การระบุสัดส่วนเป็นเปอร์เซ็นต์หรือจำนวนที่แน่นอนช่วยให้การแบ่งทรัพย์ชัดเจนขึ้น
  • ผู้จัดการมรดกอาจเป็นทายาทหรือบุคคลภายนอกก็ได้ แต่ควรมีคุณสมบัติเหมาะสมและยินยอม

ตัวอย่างนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางเท่านั้น มิใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย ผู้ใช้งานควรปรับแก้ให้สอดคล้องกับทรัพย์สินและเจตนาของตน

ตารางเปรียบเทียบ: พินัยกรรม กับ สัญญามอบทรัพย์สินให้เมื่อตาย และ การยกให้โดยเสน่หา

พินัยกรรมแตกต่างจากนิติกรรมอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียง เช่น สัญญามอบทรัพย์สินให้เมื่อตาย (Donation Mortis Causa) และการยกให้โดยเสน่หา (Gift Inter Vivos) ผู้ใช้งานควรเข้าใจข้อแตกต่างเพื่อเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับสถานการณ์

หัวข้อเปรียบเทียบ พินัยกรรม (Will) สัญญามอบทรัพย์สินให้เมื่อตาย (Donation Mortis Causa) การยกให้โดยเสน่หา (Gift Inter Vivos)
หลักกฎหมาย ป.พ.พ. บรรพ 6 มรดก ป.พ.พ. มาตรา 527 ประกอบกฎหมายมรดก ป.พ.พ. มาตรา 521 ว่าด้วยซื้อขาย แลกเปลี่ยน ให้
ผลระหว่างมีชีวิต ยังไม่มีผลบังคับ ผู้ทำยังเป็นเจ้าของและจัดการทรัพย์ได้ตามปกติ ผู้ให้ยังคงเป็นเจ้าของและจัดการได้ แต่สัญญามีผลผูกพันว่าจะโอนให้เมื่อตาย ผู้ให้โอนกรรมสิทธิ์ทันที (หรือเมื่อส่งมอบ) ผู้รับได้สิทธิไปโดยสมบูรณ์
การเปลี่ยนแปลงหรือเพิกถอน ผู้ทำอาจเพิกถอนหรือแก้ไขพินัยกรรมได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องขอความยินยอมจากผู้ใด อาจเพิกถอนได้โดยการแสดงเจตนาใหม่ แต่มีข้อจำกัดมากกว่าพินัยกรรม ขึ้นอยู่กับข้อตกลง หากโอนไปแล้ว จะเพิกถอนโดยลำพังมิได้ เว้นแต่มีเหตุตามกฎหมาย (เช่น สำคัญผิด กลฉ้อฉล)
ภาษี ทายาทอาจต้องเสียภาษีมรดก (เฉพาะส่วนที่เกินวงเงินยกเว้น 100 ล้านบาท) ไม่มีอากรแสตมป์ขณะทำพินัยกรรม อาจมีภาษีมรดกและอากรแสตมป์ตามสภาพแห่งตราสาร มีอากรแสตมป์หรือภาษีเงินได้ตามมูลค่าทรัพย์ที่ให้แล้วแต่กรณี
กรณีใช้ เจ้ามรดกต้องการควบคุมการจัดการทรัพย์สินภายหลังเสียชีวิตอย่างยืดหยุ่น เมื่อต้องการกำหนดว่าจะยกให้เมื่อตนตาย โดยมีผลผูกมัดคู่สัญญาในบางลักษณะ เมื่อต้องการโอนทรัพย์สินให้ทันทีและเด็ดขาด โดยไม่ผูกพันกับการตาย

พินัยกรรมจึงเป็นเครื่องมือที่อำนวยให้ผู้ทำยังคงสิทธิในทรัพย์สินตลอดชีพและแก้ไขได้ตลอดเวลา ขณะที่สัญญามอบทรัพย์สินให้เมื่อตายผูกมัดมากกว่า และการยกให้โดยเสน่หาทำให้ทรัพย์สินหลุดจากมือไปทันที

ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการจัดทำพินัยกรรม

ค่าใช้จ่าย:
การจัดทำพินัยกรรมแบบธรรมดาหรือแบบเขียนเองทั้งฉบับที่บ้านแทบไม่มีค่าใช้จ่าย นอกจากค่าพิมพ์เอกสาร ส่วนการทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง (ที่ว่าการอำเภอ) มีค่าธรรมเนียมเพียงเล็กน้อย (ประมาณ 20 – 50 บาท) หากว่าจ้างทนายความหรือที่ปรึกษากฎหมายเพื่อร่างหรือตรวจสอบ ค่าใช้จ่ายจะขึ้นอยู่กับข้อตกลงและความซับซ้อนของทรัพย์สิน อนึ่ง ไม่มีอากรแสตมป์สำหรับพินัยกรรม

ระยะเวลา:
การร่างและลงนามพินัยกรรมอาจแล้วเสร็จได้ภายในวันเดียวกัน อย่างไรก็ดี พินัยกรรมมีผลบังคับเมื่อผู้ทำเสียชีวิต ภายหลังนั้นผู้จัดการมรดกหรือทายาทอาจต้องยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อจัดการมรดก ซึ่งกระบวนการทางศาลโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 3 – 6 เดือน หรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับความซับซ้อนและข้อโต้แย้ง หากไม่มีข้อโต้แย้งและทรัพย์สินไม่มาก การจัดการอาจแล้วเสร็จเร็วขึ้น ทั้งนี้ ระยะเวลาที่แท้จริงย่อมขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงแต่ละราย

การเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายเกี่ยวกับพินัยกรรมในปี 2025-2026

ณ ปี 2026 ยังไม่มีกฎหมายที่อนุญาตให้ทำพินัยกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Will) หรือใช้ลายเซ็นดิจิทัล กฎหมายหลักยังคงเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับเดิม อย่างไรก็ดี มีการปรับปรุงกฎกระทรวงเกี่ยวกับภาษีมรดก โดยกำหนดวงเงินยกเว้นภาษีมรดกสำหรับบุพการีหรือคู่สมรสของผู้เสียชีวิตไว้ที่ 100 ล้านบาท (สำหรับทรัพย์สินที่ได้รับมรดก) ซึ่งไม่กระทบต่อแบบของพินัยกรรมโดยตรง แต่ส่งผลต่อภาระภาษีของทายาท ผู้ใช้งานจึงควรติดตามกฎหมายที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต และอาจปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อวางแผนมรดกอย่างมีประสิทธิภาพ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟอร์ม พินัยกรรม

1. วิธีเขียนพินัยกรรมแบบธรรมดาอย่างถูกต้อง
พินัยกรรมแบบธรรมดาต้องทำเป็นหนังสือ ลงวันเดือนปี ผู้ทำลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานสองคนซึ่งลงลายมือชื่อรับรองในขณะเดียวกัน โดยพยานต้องอยู่ในเหตุการณ์ที่ผู้ทำลงชื่อและลงชื่อต่อเนื่องโดยไม่มีขั้นระหว่าง ผู้ใช้ควรระบุรายละเอียดทรัพย์สินและทายาทให้ชัดเจน

2. ฟอร์ม พินัยกรรมมีกี่แบบ
ฟอร์ม พินัยกรรมที่พบทั่วไปมักจัดทำขึ้นสำหรับพินัยกรรมแบบธรรมดาเป็นหลัก ส่วนประเภทอื่น เช่น แบบเขียนเองหรือแบบเอกสารฝ่ายเมือง มีรูปแบบที่แตกต่างกันตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดฟอร์มแบบธรรมดาเพื่อนำไปใช้ได้ แต่หากประสงค์จะใช้ประเภทอื่นควรจัดทำตามรูปแบบที่กฎหมายระบุโดยเฉพาะ

3. การทำพินัยกรรมที่ดินต้องไปทำที่ไหน
ไม่จำเป็นต้องทำที่กรมที่ดินหรือที่ว่าการอำเภอเสมอไป พินัยกรรมแบบธรรมดาที่บ้านก็ใช้ได้ หากเป็นพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองจะทำที่อำเภอ และเมื่อผู้ทำเสียชีวิต ผู้จัดการมรดกจะนำพินัยกรรมไปดำเนินการโอนที่ดินที่สำนักงานที่ดินต่อไป

4. พินัยกรรมฉบับสมบูรณ์ต้องทำอย่างไร
พินัยกรรมจะสมบูรณ์เมื่อมีองค์ประกอบครบถ้วนตามประเภทที่เลือก เช่น แบบธรรมดาต้องมีผู้ทำ พยานสองคน ลงวันเดือนปี ลายเซ็นครบ และไม่มีข้อผิดพลาดที่ทำให้โมฆะ

5. ต้องจดทะเบียนพินัยกรรมที่อำเภอหรือไม่
ไม่จำเป็น กฎหมายมิได้บังคับให้จดทะเบียนพินัยกรรมทุกประเภท การจดทะเบียนใช้เฉพาะพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองหรือแบบเอกสารลับเท่านั้น พินัยกรรมแบบธรรมดาก็มีผลบังคับตามกฎหมายโดยไม่ต้องจดทะเบียน

6. ถ้าทำพินัยกรรมเองที่บ้านจะใช้ได้หรือไม่
อาจใช้ได้ หากเป็นการทำพินัยกรรมแบบธรรมดาหรือแบบเขียนเอง และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายอย่างเคร่งครัด เช่น มีพยานลงชื่อพร้อมกัน ไม่มีข้อบกพร่องเรื่องคุณสมบัติพยาน

7. ค่าใช้จ่ายในการทำพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง
ค่าธรรมเนียมที่อำเภอมีเพียงเล็กน้อย (โดยทั่วไปไม่เกิน 50 บาท) แต่อาจมีค่าพาหนะหรือค่าที่ปรึกษาเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับความสะดวก

8. หากพยานลงชื่อไม่พร้อมกันจะมีผลอย่างไร
พินัยกรรมอาจเป็นโมฆะ เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้พยานทั้งสองลงลายมือชื่อรับรองในขณะเดียวกัน การลงชื่อคนละวันหรือคนละเวลาโดยที่ผู้ทำไม่ได้ลงชื่อต่อหน้าพร้อมกัน อาจทำให้พินัยกรรมไม่สมบูรณ์และอาจถูกโต้แย้งได้

ดาวน์โหลดฟอร์ม พินัยกรรม

ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มพินัยกรรมแบบธรรมดาในรูปแบบ Word และ PDF ได้จากลิงก์ด้านล่างนี้ เพื่อนำไปปรับใช้กับกรณีของตน

[ลิงก์ดาวน์โหลดฟอร์ม]

คู่มือนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กฎหมายแตกต่างกันไปตามพื้นที่และเปลี่ยนแปลงได้ โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตสำหรับกรณีของคุณ

คู่มือที่เกี่ยวข้อง

แม่แบบ 2 นาที

ใบสัญญาซื้อขายคืออะไรและทำไมต้องมี

ใบสัญญาซื้อขาย คือ สัญญาที่บันทึกข้อตกลงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายในการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน บทความนี้ครอบคลุมประเภท องค์ประกอบสำคัญ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย กฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมตารางเปรียบเทียบกับสัญญาจะซื้อจะขาย และคำถามที่พบบ่อย

อ่านคู่มือ
แม่แบบ 2 นาที

Maintenance Letter (หนังสือแจ้งการบำรุงรักษา) คืออะไร และแนวทางการใช้

เอกสารอธิบาย Maintenance Letter คืออะไร ประเภท องค์ประกอบสำคัญ ตัวอย่างที่กรอกเสร็จแล้ว ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง และเปรียบเทียบกับเอกสารอื่น พร้อมคำถามที่พบบ่อย

อ่านคู่มือ
แม่แบบ 2 นาที

ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตัวอย่าง: แบบฟอร์ม วิธีการกรอก และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตัวอย่าง คือแบบฟอร์มที่ผู้ออกตั๋วออกเพื่อสัญญาจ่ายเงิน พร้อมอธิบายองค์ประกอบ ข้อควรระวัง และ FAQ อย่างเป็นทางการ

อ่านคู่มือ

คู่มือทั้งหมด