ใบสัญญาซื้อขายคืออะไรและทำไมต้องมี
ใบสัญญาซื้อขาย คือ สัญญาที่บันทึกข้อตกลงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายในการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน บทความนี้ครอบคลุมประเภท องค์ประกอบสำคัญ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย กฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมตารางเปรียบเทียบกับสัญญาจะซื้อจะขาย และคำถามที่พบบ่อย

ใบสัญญาซื้อขาย คือหนังสือที่บันทึกข้อตกลงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายในการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน โดยผู้ขายตกลงส่งมอบทรัพย์สินให้แก่ผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงชำระราคาให้แก่ผู้ขาย สัญญาซื้อขายเป็นนิติกรรมที่ก่อให้เกิดผลผูกพันตามกฎหมายระหว่างคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 453 สัญญาซื้อขายหมายถึงการที่ฝ่ายหนึ่งโอนกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินให้อีกฝ่าย และผู้ซื้อตกลงชำระราคาให้แก่ผู้ขาย เมื่อคู่สัญญาแสดงเจตนาถูกต้องตรงกัน กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะโอนจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อทันที เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องทำตามแบบหรือจดทะเบียนกับพนักงานเจ้าหน้าที่
ใบสัญญาซื้อขายใช้เป็นหลักฐานแสดงสิทธิต่าง ๆ ได้ตั้งแต่สังหาริมทรัพย์ เช่น รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง การทำสัญญาที่ถูกต้องจึงช่วยป้องกันข้อพิพาทและทำให้คู่สัญญามั่นใจในสิทธิของตน หากคุณกำลังมองหาแบบฟอร์มหรือต้องการข้อมูลก่อนลงนาม คุณสามารถศึกษาตัวอย่างและคำแนะนำได้ในหน้านี้
สัญญาซื้อขายมีกี่ประเภทและใช้เมื่อใด
สัญญาซื้อขายจำแนกตามประเภทของทรัพย์สินและลักษณะของข้อตกลง โดยสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มหลัก ๆ ดังนี้
สัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย์
เป็นสัญญาที่วัตถุแห่งสัญญาเป็นทรัพย์สินที่เคลื่อนย้ายได้ เช่น รถยนต์ สินค้าทั่วไป หรือสัตว์ โดยทั่วไปไม่บังคับให้ทำเป็นหนังสือ เว้นแต่จะเป็นเรือที่มีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป หรือคู่สัญญาตกลงกันให้มีหลักฐานเป็นหนังสือเพื่อความชัดเจน ในทางปฏิบัติ แม้การซื้อขายรถยนต์มือสองด้วยเงินสดจะไม่บังคับให้มีสัญญาเป็นหนังสือ แต่หากไม่ทำหลักฐานไว้ คุณอาจลำบากในการพิสูจน์กรรมสิทธิ์เมื่อเกิดปัญหา
สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์
เป็นสัญญาที่มีวัตถุเป็นที่ดิน อาคาร หรือสิทธิเกี่ยวกับที่ดิน กฎหมายบังคับให้ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นสัญญาจะตกเป็นโมฆะ ตัวอย่างเช่น การซื้อขายที่ดิน ห้องชุด หรือสิ่งปลูกสร้างที่ต้องโอนทางทะเบียน การลงนามในเอกสารกันส่วนตัวโดยไม่จดทะเบียนจะไม่ก่อให้เกิดการโอนกรรมสิทธิ์
สัญญาจะซื้อจะขาย
คือสัญญาที่ฝ่ายหนึ่งให้คำมั่นว่าจะทำสัญญาซื้อขายในอนาคต โดยยังไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์ทันที สัญญาประเภทนี้เหมาะเมื่อยังมีเงื่อนไขที่ต้องดำเนินการให้ลุล่วงก่อน เช่น อยู่ระหว่างการขอสินเชื่อ หรือรอการตรวจสอบทรัพย์สิน โดยต้องระบุเงื่อนไขและกำหนดวันที่จะไปจดทะเบียนให้ชัดเจน รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้จากตารางเปรียบเทียบด้านล่าง
องค์ประกอบที่ทำให้ใบสัญญาซื้อขายสมบูรณ์ตามกฎหมาย
การที่สัญญาซื้อขายจะมีผลสมบูรณ์นั้น ต้องประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญตามกฎหมายนิติกรรมและสัญญา ได้แก่:
- คำเสนอและคำสนองที่ตรงกัน – ฝ่ายหนึ่งแสดงเจตนาทำคำเสนอ อีกฝ่ายสนองรับตรงกัน โดยไม่มีข้อแม้ที่เปลี่ยนแปลงสาระสำคัญ
- ทรัพย์สินและราคาที่แน่นอน – ต้องระบุประเภท ชนิด และลักษณะของทรัพย์สินให้ชัดเจนเพียงพอที่จะกำหนดตัวทรัพย์ได้ และราคาต้องกำหนดได้แน่นอน (ไม่จำเป็นต้องเป็นตัวเลขตายตัว แต่ต้องมีวิธีคำนวณที่แน่ชัด)
- เจตนาก่อให้เกิดนิติสัมพันธ์ – คู่สัญญามีเจตนาผูกพันตามกฎหมาย ไม่ใช่เป็นเพียงการตกลงทางสังคมหรือคำสัญญาลอย ๆ ลักษณะการชำระราคาและส่งมอบทรัพย์สินมักถือว่ามีเจตนานี้
- ความสามารถของคู่สัญญา – ผู้ซื้อและผู้ขายต้องบรรลุนิติภาวะ (อายุ 20 ปีบริบูรณ์) หรือมีผู้แทนโดยชอบธรรมให้ความยินยอม หากฝ่ายใดขาดความสามารถ สัญญาอาจตกเป็นโมฆียะ
- แบบที่กฎหมายกำหนด – สังหาริมทรัพย์โดยทั่วไปไม่ต้องมีแบบ แต่สำหรับอสังหาริมทรัพย์กฎหมายกำหนดให้ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน มิฉะนั้นตกเป็นโมฆะ
วิธีกรอกใบสัญญาซื้อขายให้ครบถ้วนและตัวอย่าง
การกรอกหนังสือสัญญาซื้อขายให้ถูกต้องช่วยป้องกันการโต้แย้งในภายหลัง ควรใส่รายละเอียดต่อไปนี้ให้ชัดเจน
ข้อมูลที่ต้องระบุ
- ชื่อ‑นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน และที่อยู่ของผู้ซื้อและผู้ขาย
- รายละเอียดทรัพย์สิน เช่น ยี่ห้อ รุ่น เลขตัวถัง เลขเครื่อง หมายเลขทะเบียน หรือโฉนดที่ดิน
- ราคาซื้อขายระบุเป็นตัวเลขและตัวอักษร พร้อมสกุลเงิน
- วิธีการชำระเงิน วันครบกำหนด และเงื่อนไขการผ่อน (ถ้ามี)
- วันและสถานที่ส่งมอบทรัพย์สิน
- ข้อตกลงเกี่ยวกับความรับผิดในความชำรุดบกพร่อง (ถ้ามี)
- ลายมือชื่อคู่สัญญาและพยานอย่างน้อยหนึ่งคน
- การปิดอากรแสตมป์ตามมูลค่าที่กฎหมายกำหนดภายใน 15 วัน (ดูรายละเอียดในหัวข้อค่าใช้จ่าย)
ตัวอย่างการกรอกใบสัญญาซื้อขายรถยนต์
ตัวอย่างต่อไปนี้ใช้ข้อมูลสมมติเพื่อประกอบการกรอก
สัญญาซื้อขายรถยนต์
ทำขึ้นเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ระหว่าง
ผู้ขาย: นาย ก. เลขประจำตัวประชาชน 1‑1001‑00001‑01‑0 ที่อยู่ ...
ผู้ซื้อ: นาง ข. เลขประจำตัวประชาชน 2‑2002‑00002‑02‑0 ที่อยู่ ...
ทรัพย์สินที่ซื้อขาย: รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโคโรลล่า หมายเลขตัวถัง JT123XYZ456789012 หมายเลขเครื่อง 1ZZ987654321 สีขาว ทะเบียน กข 123 กรุงเทพมหานคร
ราคา: 350,000 บาท (สามแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)
การชำระเงิน: ผู้ซื้อชำระเต็มจำนวนในวันทำสัญญาโดยโอนเข้าบัญชีธนาคารของผู้ขาย
การส่งมอบ: ผู้ขายส่งมอบรถยนต์พร้อมเอกสารการจดทะเบียน คู่มือรถ และกุญแจ ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ที่อยู่ของผู้ขาย
การโอนกรรมสิทธิ์: กรรมสิทธิ์ถือว่าโอนทันทีเมื่อทั้งสองฝ่ายลงลายมือชื่อและชำระราคาครบถ้วน
ลงชื่อ ...................................... ผู้ขาย (นาย ก.)
ลงชื่อ ...................................... ผู้ซื้อ (นาง ข.)
พยาน ...................................... (นาย...)
พยาน ...................................... (นาง...)
หมายเหตุ: หากทรัพย์สินเป็นที่ดิน ต้องใช้แบบฟอร์มที่สำนักงานที่ดินกำหนดและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นสัญญาย่อมเป็นโมฆะ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีป้องกัน
| ข้อผิดพลาด | ผลที่อาจเกิดขึ้น | วิธีป้องกัน |
|---|---|---|
| ไม่ระบุรายละเอียดทรัพย์สินให้ชัดเจน เช่น ขาดเลขเครื่อง เลขตัวถัง | เกิดข้อพิพาทเรื่องตัวทรัพย์สิน ไม่สามารถบังคับตามสัญญาได้ | เขียนรายละเอียดจากเอกสารทะเบียนหรือโฉนดให้ครบถ้วน |
| ราคาหรือวันชำระเงินไม่ชัดเจน | สัญญาอาจไม่สมบูรณ์ หรือไม่สามารถฟ้องบังคับได้ | ระบุราคาเป็นตัวเลขและตัวอักษร พร้อมวันครบกำหนดชำระ |
| ไม่ลงลายมือชื่อคู่สัญญาหรือพยาน | เอกสารอาจมีค่าเป็นเพียงหลักฐานอย่างอ่อน | ลงชื่อทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย และพยานอย่างน้อยหนึ่งคน โดยต่อหน้าทุกฝ่าย |
| ไม่ปิดอากรแสตมป์สำหรับตราสารเปลี่ยนมือ | ต้องเสียเงินเพิ่มอากร และอาจรับฟังเป็นพยานหลักฐานในศาลได้ยาก | ปิดอากรภายใน 15 วันตามอัตราที่กำหนด |
| คู่สัญญาบรรลุนิติภาวะไม่ครบหรือขาดความสามารถ | สัญญาตกเป็นโมฆียะ อาจถูกบอกล้างได้ภายหลัง | ตรวจสอบบัตรประชาชนหรือความสามารถของคู่สัญญาก่อนลงนาม |
| ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์โดยไม่จดทะเบียน | สัญญาเป็นโมฆะ ไม่มีผลทางกฎหมาย | ไปดำเนินการ ณ สำนักงานที่ดิน พร้อมเอกสารครบถ้วน |
สถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นบ่อย: นาย A ขายรถยนต์มือสองให้เพื่อนโดยทำเพียงรับเงินสดและส่งมอบกุญแจ ไม่มีสัญญาลายลักษณ์อักษร ต่อมารถถูกอายัดเนื่องจากนาย A มีหนี้สิน ทำให้ผู้ซื้อไม่สามารถพิสูจน์ความเป็นเจ้าของได้ หากมีใบสัญญาซื้อขายที่ลงชื่อและระบุรายละเอียดรถอย่างชัดเจน ผู้ซื้อย่อมมีหลักฐานในการเรียกร้องสิทธิได้
ตารางเปรียบเทียบ: สัญญาซื้อขาย กับ สัญญาจะซื้อจะขาย
| หัวข้อ | สัญญาซื้อขาย | สัญญาจะซื้อจะขาย |
|---|---|---|
| ลักษณะสำคัญ | สัญญาที่โอนกรรมสิทธิ์ทันทีเมื่อเงื่อนไขครบ | สัญญาที่ให้คำมั่นว่าจะไปทำสัญญาซื้อขายในอนาคต |
| การโอนกรรมสิทธิ์ | เกิดขึ้นทันที (สังหาฯ) หรือเมื่อจดทะเบียน (อสังหาฯ) | ยังไม่เกิดขึ้น จะต้องไปทำสัญญาซื้อขายอีกครั้ง |
| แบบและจดทะเบียน | อสังหาฯ ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน มิฉะนั้นโมฆะ | ที่ดินต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ส่วนใหญ่ยังไม่ต้องจดทะเบียนในขั้นนี้ |
| อากรแสตมป์ | เสียตามราคาทรัพย์สิน (1 ต่อ 1,000 สำหรับสังหาฯ, 2% สำหรับอสังหาฯ) | อาจเสียเฉพาะค่ามัดจำหรือตามข้อตกลง |
| ความเสี่ยงในทรัพย์สิน | ตกแก่ผู้ซื้อทันทีเมื่อสัญญาเกิด | ผู้ขายยังรับผิดชอบจนกว่าจะมีการโอน |
| ตัวอย่างการใช้ | ซื้อรถสดรับรถทันที | จองซื้อบ้านระหว่างก่อสร้าง วางมัดจำ และจะโอนเมื่อสร้างเสร็จ |
แผนภาพตัดสินใจ: ควรใช้สัญญาประเภทใดตามสถานการณ์
- พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ทันทีหรือไม่
- ใช่ → ใช้ สัญญาซื้อขาย
- ไม่ใช่ (ต้องรอเงื่อนไขบางอย่าง) → ใช้ สัญญาจะซื้อจะขาย
- หากใช้สัญญาซื้อขาย ตรวจสอบประเภททรัพย์สิน:
- สังหาริมทรัพย์ → ทำสัญญาเป็นหนังสือเพื่อเป็นหลักฐาน แม้ไม่บังคับ
- อสังหาริมทรัพย์ → ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน ณ กรมที่ดินเท่านั้น
- หากใช้สัญญาจะซื้อจะขาย ให้ระบุ:
- จำนวนเงินมัดจำ
- เงื่อนไขบังคับก่อน เช่น การอนุมัติสินเชื่อ หรือผลตรวจสอบสภาพทรัพย์
- กำหนดการวันไปจดทะเบียนโอน
ตัวอย่างจริง: นายสมชายต้องการขายที่ดินแต่ผู้ซื้อยังต้องรอสินเชื่อจากธนาคาร จึงเลือกทำ สัญญาจะซื้อจะขาย โดยกำหนดว่าหากสินเชื่ออนุมัติภายใน 30 วัน จะไปจดทะเบียนโอนที่ดินกัน สำคัญคือต้องทำหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย
กฎหมายและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
การทำใบสัญญาซื้อขายอยู่ภายใต้กฎหมายหลักหลายฉบับ:
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 453‑473 ว่าด้วยซื้อขาย กำหนดนิยาม ราคา แบบ และความเสี่ยงภัย
- ประมวลกฎหมายที่ดิน กำหนดให้ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
- พระราชบัญญัติอากรแสตมป์ กำหนดอัตราและกำหนดเวลาปิดอากร (ภายใน 15 วัน)
- พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ รองรับการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ในสัญญาที่ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียน
- พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หากสัญญามีข้อมูลส่วนตัว ต้องเก็บรักษาและใช้ตามที่กฎหมายกำหนด
| รายการค่าใช้จ่าย | อัตรา | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| อากรแสตมป์ – สังหาริมทรัพย์ | 1 บาท ต่อทุก 1,000 บาทของราคา | ปิดภายใน 15 วัน |
| อากรแสตมป์ – อสังหาริมทรัพย์ | 2% ของราคาซื้อขาย | ผู้ซื้อหรือผู้ขายตกลงกันรับผิดชอบ |
| ค่าธรรมเนียมโอนที่ดิน | 2% ของราคาประเมินกรมที่ดิน | ชำระ ณ วันที่จดทะเบียน |
| ระยะเวลาจดทะเบียนที่ดิน | 1‑2 วันทำการ | ขึ้นกับสำนักงานที่ดิน |
คำถามที่พบบ่อย
แบบฟอร์มสัญญาซื้อขายทั่วไป PDF คืออะไร
คือไฟล์แม่แบบใบสัญญาซื้อขายที่เตรียมไว้ให้ดาวน์โหลดและพิมพ์ คุณสามารถกรอกรายละเอียดทรัพย์สิน ราคา และข้อมูลคู่สัญญาลงไปเพื่อใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมาย ก่อนใช้งานควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าแบบฟอร์มมีหัวข้อครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ควรใช้แบบฟอร์มที่ขาดสาระสำคัญ
สัญญาซื้อขายต้องมีกี่หน้า
จำนวนหน้าขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของทรัพย์สินและข้อตกลง โดยทั่วไปการซื้อขายสินค้าทั่วไปอาจมีเพียง 1 หน้า หากเป็นรถยนต์หรือที่ดินอาจมี 2‑3 หน้าเพื่อระบุรายละเอียด เงื่อนไข และข้อตกลงเพิ่มเติม
ใบสัญญาซื้อขายรถยนต์ต้องระบุอะไรบ้าง
ต้องระบุชื่อและที่อยู่ผู้ซื้อผู้ขาย รายละเอียดรถยนต์อย่างชัดเจน (ยี่ห้อ รุ่น เลขตัวถัง เลขเครื่อง ทะเบียน) ราคาซื้อขาย วิธีการชำระเงิน วันส่งมอบ และลงชื่อคู่สัญญาพร้อมพยานอย่างน้อยหนึ่งคน
การซื้อขายที่ดินต้องใช้แบบฟอร์มพิเศษหรือไม่
ต้องใช้แบบฟอร์มที่สำนักงานที่ดินกำหนด เช่น แบบ ทธ. หรือแบบ สค.1 ซึ่งแตกต่างจากใบสัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย์ทั่วไป ห้ามใช้แบบฟอร์มทั่วไปแล้วนำไปจดทะเบียนเอง เพราะสัญญาอาจไม่สมบูรณ์และถูกปฏิเสธ
สัญญาจะซื้อจะขายต่างจากใบสัญญาซื้อขายอย่างไร
สัญญาจะซื้อจะขายเป็นเพียงคำมั่นว่าจะทำสัญญาซื้อขายในอนาคต โดยยังไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์ตอนทำสัญญา ส่วนใบสัญญาซื้อขายจะโอนกรรมสิทธิ์ทันทีเมื่อเงื่อนไขครบถ้วน (หรือเมื่อจดทะเบียน) ใช้ให้ถูกประเภทตามความพร้อมในการโอน
หากทำสัญญาปากเปล่า มีผลตามกฎหมายไหม
โดยหลักสัญญาซื้อขายไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ยกเว้นกรณีที่กฎหมายกำหนด เช่น ที่ดินที่ต้องจดทะเบียน หรือสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป หากไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือและไม่ได้วางมัดจำ อาจฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยควรทำเป็นหนังสือทุกครั้ง
ต้องปิดอากรแสตมป์เมื่อใด
คุณต้องปิดอากรแสตมป์ให้เสร็จภายใน 15 วันนับแต่วันที่ลงนามในสัญญา หากพ้นกำหนดจะต้องเสียเงินเพิ่มอากรตามอัตราที่กฎหมายกำหนด และตราสารที่ปิดอากรไม่ถูกต้องอาจรับฟังเป็นพยานหลักฐานในศาลได้ยาก
การนำใบสัญญาซื้อขายไปใช้งานจริง
ก่อนนำใบสัญญาซื้อขายไปใช้ ตรวจสอบรายการต่อไปนี้ให้ครบถ้วน (ใช้เป็นเช็กลิสต์ได้)
| รายการที่ต้องตรวจสอบ | ✓ / ✗ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ข้อมูลบัตรประชาชนของผู้ซื้อและผู้ขายตรงตามจริง | ตรวจจากบัตรตัวจริง | |
| รายละเอียดทรัพย์สินตรงกับเอกสารทะเบียนหรือโฉนด | เปรียบเทียบเลขตัวถัง เลขโฉนด | |
| ราคาและวิธีชำระเงินระบุชัดเจน | ทั้งตัวเลขและตัวอักษร | |
| ลายมือชื่อคู่สัญญาและพยานครบ | ลงชื่อต่อหน้าทุกฝ่าย | |
| ปิดอากรแสตมป์ถูกต้องและไม่เกินกำหนด | ภายใน 15 วัน | |
| หากเป็นอสังหาริมทรัพย์ นัดหมายจดทะเบียน ณ สำนักงานที่ดิน | เตรียมเอกสารประกอบคำขอ |
แบบฟอร์มใบสัญญาซื้อขายที่คุณใช้สามารถประยุกต์ได้กับทรัพย์สินหลายประเภท แต่ควรปรับแก้ให้สะท้อนข้อเท็จจริงเฉพาะของแต่ละธุรกรรม หากเป็นรายการที่มีมูลค่าสูง หรือมีเงื่อนไขซับซ้อน ควรให้ผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายตรวจสัญญาก่อนลงนาม คุณสามารถดูตัวอย่างแบบฟอร์มและคำแนะนำเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์ของเรา
คู่มือนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กฎหมายแตกต่างกันไปตามพื้นที่และเปลี่ยนแปลงได้ โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตสำหรับกรณีของคุณ


