หนังสือสัญญา ข้อตกลง และให้ความยินยอม

อธิบายความหมาย องค์ประกอบ การใช้งาน และข้อควรระวังของหนังสือสัญญา ข้อตกลง และให้ความยินยอม พร้อมแบบฟอร์มและตัวอย่างที่กรอกแล้ว

โดยทีมบรรณาธิการ StarterLegal อัปเดต 30 สิงหาคม 2569 2 นาที
หนังสือสัญญา ข้อตกลง และให้ความยินยอม
# หนังสือสัญญา ข้อ ตกลง และ ให้ ความ ยินยอม

**คำอธิบายเมตา:** ความหมาย องค์ประกอบสำคัญ วิธีใช้ และข้อควรระวังของ **หนังสือสัญญา ข้อ ตกลง และ ให้ ความ ยินยอม** พร้อมตัวอย่างแบบฟอร์มจริง ตารางเปรียบเทียบ และแนวทางเลือกใช้ในแต่ละสถานการณ์

## หนังสือสัญญา ข้อ ตกลง และ ให้ ความ ยินยอมคืออะไร

**หนังสือสัญญา ข้อ ตกลง และ ให้ ความ ยินยอม** (Consent, Agreement and Release Letter) คือเอกสารที่บุคคลฝ่ายหนึ่งจัดทำขึ้นเพื่อแสดงเจตนายินยอม ตกลง หรือรับรองเงื่อนไขบางอย่างให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร เอกสารนี้ช่วยยืนยันความสมัครใจและลดความคลุมเครือของการตกลงด้วยวาจา  

ลักษณะทางกฎหมายของหนังสือฉบับนี้อาจเป็น **นิติกรรมฝ่ายเดียว** เช่น การให้ความยินยอมล้วน ๆ หรือเป็น **ส่วนหนึ่งของสัญญาหลายฝ่าย** ที่มีการตกลงตอบแทนก็ได้ ขึ้นอยู่กับเนื้อหาที่ระบุ ในทางปฏิบัติจึงใช้ในหลายบริบท เช่น การขอความยินยอมเก็บข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) การให้ความยินยอมทางการแพทย์ การตกลงชดใช้ค่าเสียหายพร้อมสละสิทธิเรียกร้อง หรือการยินยอมให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน  

หัวใจของเอกสารนี้คือการสร้าง **พยานหลักฐานที่ชัดเจน** เพื่อให้ทุกฝ่ายทราบสิทธิและหน้าที่ของตน และช่วยป้องกันข้อโต้แย้งในภายหลัง จึงเป็นเครื่องมือทางกฎหมายที่ใช้งานง่ายและมีความยืดหยุ่นสูง

## เมื่อใดควรใช้เอกสารให้ความยินยอมและข้อตกลงลักษณะนี้

ควรใช้หนังสือลักษณะนี้เมื่อต้องการ **บันทึกเจตนาที่ชัดเจนและมีผลผูกพัน** โดยเฉพาะในสถานการณ์ต่อไปนี้  

* **กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือ** เช่น การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลภายใต้ PDPA มาตรา 19  
* **ยุติข้อพิพาทโดยสมัครใจ** คู่กรณีตกลงชดใช้ค่าเสียหายและสละสิทธิเรียกร้องทั้งทางแพ่งและอาญา ทำให้ไม่ต้องฟ้องร้องกันต่อไป  
* **อนุญาตให้กระทำการที่กระทบสิทธิของตน** เช่น ยินยอมให้ใช้พื้นที่ส่วนบุคคล เปิดเผยข้อมูลลับทางการค้า หรือให้บุคคลภายนอกเข้าถึงทรัพย์สิน  
* **เพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อตกลงจากสัญญาหลัก** เช่น ออก Side Letter แนบท้ายสัญญาจ้าง เพื่อปรับปรุงเงื่อนไขบางประการ  
* **ผู้แทนโดยชอบธรรมให้ความยินยอมแก่ผู้เยาว์** (อายุไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์) ในการทำนิติกรรม เช่น การทำสัญญาหรือการยินยอมทางการแพทย์  

ข้อควรจำ: หากสถานการณ์สามารถตกลงด้วยวาจาได้โดยไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องทำเป็นหนังสือ การมีเอกสารนี้ก็ยังเป็นตัวเลือกที่รอบคอบกว่า เพราะลดความเสี่ยงในการพิสูจน์ภายหลัง

---

## องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เอกสารมีผลบังคับ

เพื่อให้หนังสือสามารถใช้เป็นหลักฐานและบังคับตามข้อตกลงได้ ควรให้ความสำคัญกับสาระสำคัญต่อไปนี้  

### ข้อมูลคู่สัญญาและชื่อเอกสาร  
ระบุชื่อเอกสารให้ถูกต้อง เช่น “หนังสือสัญญา ข้อตกลง และให้ความยินยอม” หรือถ้อยคำที่สะท้อนเจตนาอย่างเหมาะสม พร้อมระบุชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เลขประจำตัวประชาชน หรือเลขทะเบียนนิติบุคคลของผู้ให้และผู้รับความยินยอมให้ครบถ้วน เพื่อให้สามารถระบุตัวตนได้แน่ชัด  

### ข้อความแสดงเจตนาและขอบเขต  
ส่วนนี้คือหัวใจของเอกสาร ต้องระบุว่าผู้ให้ความยินยอม “ตกลง” หรือ “ยินยอม” ในเรื่องใด โดยเขียนอย่างเจาะจง เช่น จำนวนเงิน ระยะเวลา วิธีการดำเนินการ หรือเงื่อนไขเฉพาะ ห้ามใช้ถ้อยคำกว้าง ๆ เช่น “ยินยอมให้ดำเนินการที่เกี่ยวข้อง” เพราะจะทำให้ตีความยากและบังคับใช้ได้ไม่เต็มที่  

### เงื่อนไขและข้อจำกัดที่ควรระบุ  
ระบุวันเริ่มต้นและการสิ้นสุดของความยินยอม (Effective Period) สิทธิในการเพิกถอน (ถ้ามี) และข้อจำกัดอื่น เช่น การสละสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายในอนาคต เพื่อให้ขอบเขตของข้อตกลงชัดเจนไม่ย้อนกลับมาเป็นปัญหา  

### ลายมือชื่อและพยาน  
ผู้ให้ความยินยอมและผู้รับความยินยอมต้องลงลายมือชื่อ หากเป็นไปได้ให้มีพยานอย่างน้อยหนึ่งคนลงชื่อรับรอง พร้อมวันที่ทำเอกสาร เพื่อกำหนดจุดเริ่มของผลผูกพันและอายุความ  

ในกรณีที่เนื้อหามีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทนที่กฎหมายกำหนดแบบไว้ เช่น การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ อาจต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมด้วย

---

## ตัวอย่างเอกสารที่กรอกข้อมูลแล้ว (พร้อมคำอธิบาย)

ตัวอย่างต่อไปนี้จำลองกรณีการตกลงชดใช้ค่าเสียหายจากอุบัติเหตุรถยนต์ พร้อมข้อความอธิบายประกอบ (callout)

```text
--------------------------------------------------------------------
            หนังสือสัญญา ข้อตกลง และให้ความยินยอม
                 (กรณีชดใช้ค่าเสียหาย)

ทำที่ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ข้าพเจ้า นายสมชาย ใจดี อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99/1 ถนนพหลโยธิน
แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ผู้ถือบัตรประจำตัวประชาชน
เลขที่ x-xxxx-xxxxx-xx-x (ต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้ให้ความยินยอม”)
ฝ่ายหนึ่ง

กับ

นายมานะ รักสงบ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 200 ซอยรังสิต-นครนายก
ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ผู้ถือบัตรประจำตัวประชาชน
เลขที่ x-xxxx-xxxxx-xx-x (ต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้รับความยินยอม”)
อีกฝ่ายหนึ่ง

ด้วยเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกัน
ณ ถนนวิภาวดีรังสิต โดยผู้ให้ความยินยอมเป็นฝ่ายขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน
กข 1234 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนท้ายรถยนต์หมายเลขทะเบียน คง 5678
กรุงเทพมหานคร ของผู้รับความยินยอม เป็นเหตุให้รถยนต์ของผู้รับความยินยอม
ได้รับความเสียหายที่กันชนหลัง ฝากระโปรงท้าย และไฟท้าย

ข้าพเจ้าผู้ให้ความยินยอม ขอตกลงและให้ความยินยอมดังต่อไปนี้

1. ผู้ให้ความยินยอมตกลงชดใช้ค่าเสียหายในการซ่อมรถยนต์แก่ผู้รับความยินยอม
   เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 25,000 บาท (สองหมื่นห้าพันบาทถ้วน)
   โดยจะชำระในวันลงนามในหนังสือนี้เป็นเงินสด
2. ผู้ให้ความยินยอมยินยอมให้ผู้รับความยินยอมนำรถยนต์ไปซ่อมยังอู่ซ่อมรถ
   ที่ผู้รับความยินยอมเลือกได้ตามความเหมาะสม
3. ผู้รับความยินยอมตกลงว่าเมื่อได้รับเงินชดใช้ดังกล่าวแล้ว จะไม่เรียกร้อง
   ค่าเสียหายอื่นใดจากผู้ให้ความยินยอมอีก ทั้งทางแพ่งและทางอาญา
   ไม่ว่าในกรณีใดๆ ทั้งสิ้น
4. หนังสือสัญญาฯ นี้มีผลบังคับนับตั้งแต่วันที่ลงนามเป็นต้นไป

ลงชื่อ  ……สมชาย ใจดี……. ผู้ให้ความยินยอม
       (นายสมชาย ใจดี)

ลงชื่อ  ……มานะ รักสงบ……. ผู้รับความยินยอม
       (นายมานะ รักสงบ)

ลงชื่อ  ………วิชัย มีทรัพย์……… พยาน
       (นายวิชัย มีทรัพย์)

ลงชื่อ  ………สุดา พรดี………… พยาน
       (นางสุดา พรดี)
--------------------------------------------------------------------

คำอธิบายประกอบตัวอย่าง

  • ข้อมูลคู่สัญญา: ต้องระบุชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวประชาชนให้ครบถ้วน เพื่อระบุตัวตนและป้องกันการสับสน
  • ที่มาและเหตุการณ์: เล่าเหตุการณ์ที่นำไปสู่ข้อตกลง เพื่อเชื่อมโยงเจตนากับข้อเรียกร้อง
  • จำนวนเงินและวิธีการชำระ: ระบุเป็นตัวเลขและตัวอักษรให้ตรงกัน และกำหนดวิธีชำระที่แน่นอน
  • ข้อสละสิทธิ: ผู้รับความยินยอมตกลงไม่เรียกร้องค่าเสียหายอื่นใดอีก ถือเป็นการยุติข้อพิพาทอย่างเด็ดขาด
  • พยานสองคน: ไม่ใช่ข้อบังคับทางกฎหมายเสมอไป แต่ช่วยเพิ่มน้ำหนักความน่าเชื่อถือของเอกสาร
  • ลายมือชื่อทุกฝ่าย: ครบถ้วนทั้งคู่สัญญาและพยาน ทำให้เอกสารมีผลสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีเลี่ยง

ข้อผิดพลาดในการจัดทำอาจทำให้หนังสือไม่มีผลบังคับหรือถูกโต้แย้งได้ ควรระวังในประเด็นต่อไปนี้

ความคลุมเครือของข้อความ

ถ้อยคำที่ไม่ชัดเจน เช่น “ยินยอมให้ดำเนินการตามสมควร” จะเปิดช่องให้ตีความต่างกัน แนวทางแก้: ระบุการกระทำ วิธีการ และขอบเขตให้เฉพาะเจาะจงทุกข้อ

การขาดค่าตอบแทนในสัญญาต่างตอบแทน

หากข้อตกลงมีลักษณะเป็นสัญญาแลกเปลี่ยน ต้องระบุค่าตอบแทน (Consideration) อย่างชัดเจน มิฉะนั้นอาจเกิดข้อโต้แย้งว่าไม่มีสัญญาเกิดขึ้น

ความยินยอมที่บกพร่องเพราะไม่สมัครใจ

การข่มขู่ ฉ้อฉล หรือการสำคัญผิดในสาระสำคัญ จะทำให้นิติกรรมเป็นโมฆะหรือโมฆียะตาม ป.พ.พ. มาตรา 156-159 ข้อพึงปฏิบัติ: ควรบันทึกข้อความรับรองว่าให้ความยินยอมโดยอิสระและเข้าใจดีแล้ว

การละเลยวันที่มีผลและรูปแบบของเอกสาร

การไม่ระบุวันที่ทำให้กำหนดอายุความไม่ได้ และหากเนื้อหามีลักษณะเป็นสัญญาที่กฎหมายบังคับให้ต้องทำตามแบบหรือปิดอากรแสตมป์ เช่น สัญญาประนีประนอมยอมความที่มีทุนทรัพย์ ต้องจัดการให้ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในศาลไม่ได้

รายการตรวจสอบก่อนลงนาม

รายการ สิ่งที่ต้องตรวจสอบ
ความชัดเจนของข้อความ ทุกข้อเขียนเจาะจง เข้าใจตรงกัน
ข้อมูลคู่สัญญา ชื่อ-ที่อยู่-เลขประจำตัว ถูกต้องครบถ้วน
เงื่อนไขเพิ่มเติม ระบุวันเริ่ม ผล เพิกถอน และข้อจำกัด
ความสมัครใจ มีข้อความรับรองว่าปราศจากการข่มขู่ และเข้าใจข้อตกลง
ลายมือชื่อและพยาน ลงชื่อครบทุกฝ่าย มีพยาน (ถ้าต้องการ) พร้อมวันที่
แบบตามกฎหมาย หากเข้าข่ายต้องปิดอากรแสตมป์หรือจดทะเบียน ให้ดำเนินการให้ถูกต้อง

เปรียบเทียบกับเอกสารรูปแบบอื่นที่ใช้ในทางกฎหมาย

ตารางต่อไปนี้ช่วยให้เห็นความแตกต่างระหว่าง หนังสือสัญญา ข้อตกลง และให้ความยินยอม กับเอกสารใกล้เคียง จะได้เลือกใช้ให้ตรงตามวัตถุประสงค์

คุณลักษณะ หนังสือสัญญา ข้อตกลง และให้ความยินยอม สัญญาทั่วไป (Contract) บันทึกข้อตกลง (MOU) หนังสือมอบอำนาจ (Power of Attorney) หนังสือให้ความยินยอมทั่วไป (Consent Form)
ลักษณะทางกฎหมาย อาจเป็นนิติกรรมฝ่ายเดียวหรือหลายฝ่าย ขึ้นอยู่กับเนื้อหา นิติกรรมหลายฝ่ายที่คู่สัญญาต่างมีสิทธิและหน้าที่ตอบแทนกัน มักเป็นเอกสารแสดงเจตนาเบื้องต้น ยังไม่เกิดนิติสัมพันธ์สมบูรณ์ นิติกรรมฝ่ายเดียวที่ให้อำนาจผู้อื่นกระทำการแทน นิติกรรมฝ่ายเดียวที่แสดงการอนุญาตหรือยินยอม
คู่สัญญา ผู้ให้ความยินยอมและผู้รับความยินยอม คู่สัญญาอย่างน้อยสองฝ่าย ผู้เกี่ยวข้องที่ร่วมเจรจา ตัวการ (Principal) และตัวแทน (Agent) ผู้ให้ความยินยอมและผู้รับความยินยอม
ผลผูกพัน ผูกพันเฉพาะข้อที่ตกลงและยินยอม อาจไม่ใช่สัญญาเต็มรูปแบบ ผูกพันตามกฎหมายเต็มรูปแบบ มีสภาพบังคับ โดยทั่วไปไม่มีผลผูกพันตามกฎหมาย ผูกพันให้ตัวการต้องรับผิดชอบในการกระทำของตัวแทนภายในขอบอำนาจ ผูกพันเฉพาะการให้ความยินยอม
แบบ ไม่มีแบบบังคับตายตัว แต่มักทำเป็นหนังสือ บางประเภทต้องทำตามแบบที่กฎหมายกำหนด (เช่น ซื้อขายที่ดิน) ไม่มีแบบบังคับ โดยทั่วไปไม่ต้องมีแบบ แต่บางกรณีอาจต้องทำเป็นหนังสือ สามารถเป็นได้ทั้งลายลักษณ์อักษรและวาจา (ตามกฎหมายเฉพาะ)
การเพิกถอน อาจระบุเงื่อนไขเพิกถอนได้ตามข้อตกลง ต้องเป็นไปตามหลักกฎหมายว่าด้วยการเลิกสัญญา มักเพิกถอนได้ง่ายเพราะยังไม่เกิดนิติสัมพันธ์สมบูรณ์ ตัวการอาจเพิกถอนได้เมื่อใดก็ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 826 โดยทั่วไปเพิกถอนได้หากยังไม่มีการดำเนินการตามที่ยินยอม
ตัวอย่างการใช้ ตกลงชดใช้ค่าเสียหายและสละสิทธิ, ยินยอมใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ซื้อขาย เช่า กู้ยืม จ้างทำของ การบันทึกข้อหารือเบื้องต้นระหว่างหน่วยงาน มอบอำนาจให้ถอนเงิน จดทะเบียนสิทธิ อนุญาตให้ถ่ายภาพ เข้าร่วมกิจกรรม

จุดสังเกตสำคัญ: หนังสือสัญญาฯ สามารถรวมทั้ง “ข้อตกลง” และ “การให้ความยินยอม” ไว้ในฉบับเดียว จึงเหมาะสำหรับการยุติข้อพิพาทพร้อมสละสิทธิ หรือการขอความยินยอมที่มีข้อตกลงตอบแทนเล็กน้อย


ควรใช้เอกสารใดในสถานการณ์ต่างๆ

เพื่อให้แน่ใจว่าเอกสารที่ใช้มีผลบังคับตามกฎหมาย ลองพิจารณาตัวอย่างสถานการณ์ต่อไปนี้

อุบัติเหตุและข้อตกลงค่าเสียหาย

ใช้ หนังสือสัญญา ข้อตกลง และให้ความยินยอม ที่ระบุจำนวนเงิน การสละสิทธิเรียกร้อง และข้อตกลงงดดำเนินคดี ดังตัวอย่างด้านบน หลีกเลี่ยงการใช้สัญญาประนีประนอมซึ่งอาจต้องปิดอากรแสตมป์ทันที

การบันทึกความเข้าใจซื้อขายอสังหาริมทรัพย์

เลือกใช้ สัญญาจะซื้อจะขาย เพราะจำเป็นต้องระบุรายละเอียดทรัพย์สิน ราคา เงินมัดจำ และเงื่อนไขโอนชัดเจน หนังสือสัญญาฯ ทั่วไปไม่เพียงพอสำหรับภาระผูกพันลักษณะนี้

การมอบอำนาจจัดการงานทะเบียน

ใช้ หนังสือมอบอำนาจ ระบุขอบอำนาจและเรื่องที่มอบหมายอย่างจำกัด หลีกเลี่ยงการใช้หนังสือยินยอมเพราะอาจไม่ครอบคลุมการกระทำแทน

การยินยอมทางการแพทย์สำหรับผู้เยาว์

โรงพยาบาลมักมี หนังสือให้ความยินยอมทางการแพทย์ (Informed Consent Form) เตรียมไว้ แต่หากต้องการเพิ่มเงื่อนไขพิเศษ อาจใช้หนังสือสัญญาฯ ที่ผู้แทนโดยชอบธรรมลงนามร่วมด้วย

การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA

ใช้ หนังสือข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (DPA) ควบคู่กับหนังสือให้ความยินยอมที่ระบุวัตถุประสงค์และสิทธิของเจ้าของข้อมูลอย่างครบถ้วน

หลักง่าย ๆ: ถ้าต้องการเพียง “ยินยอม” อย่างเดียว ให้ใช้ Consent Form ทั่วไป แต่ถ้าต้องการ “ตกลง” แลกเปลี่ยนสิทธิหน้าที่ หรือสละสิทธิร่วมด้วย ให้ใช้หนังสือสัญญาฯ


ค่าใช้จ่ายและระยะเวลา

การร่างหนังสือสัญญาฯ ด้วยตนเองไม่มีค่าธรรมเนียมบังคับ เว้นแต่เนื้อหาเข้าลักษณะเป็นสัญญาที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปิดอากรแสตมป์ เช่น สัญญาประนีประนอมยอมความที่มีทุนทรัพย์เกิน 200,000 บาท หรือสัญญากู้ยืมเงิน หน้าที่ปิดอากรจึงขึ้นอยู่กับลักษณะของตราสาร

หากจ้างทนายความหรือที่ปรึกษากฎหมาย ค่าใช้จ่ายโดยประมาณเริ่มต้นที่ 3,000 – 8,000 บาท ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของข้อตกลง

ในด้านระยะเวลา หากคู่สัญญาตกลงรายละเอียดได้ลงตัว การร่างอาจใช้เพียง 1–2 ชั่วโมง แต่หากต้องเจรจารายละเอียดหรือตรวจร่างจากอีกฝ่าย อาจใช้เวลา 1–3 วัน ควรรีบดำเนินการให้เสร็จเพื่อลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนเจตนาของคู่สัญญา

เคล็ดลับ: เตรียมข้อมูลและข้อตกลงเบื้องต้นให้พร้อมก่อนจัดทำ จะช่วยประหยัดเวลาลงได้มาก


คำถามที่พบบ่อย

1. หนังสือสัญญา ข้อตกลง และให้ความยินยอม ต่างจากสัญญาทั่วไปอย่างไร
ต่างกันที่หนังสือสัญญาฯ เน้นการให้ความยินยอมและข้อตกลงเฉพาะเรื่อง โดยอาจไม่มีการให้ประโยชน์ตอบแทนซึ่งกันและกันครบถ้วนเหมือนสัญญาทั่วไป ผลผูกพันจึงจำกัดเฉพาะข้อที่ระบุไว้

2. จำเป็นต้องมีพยานลงลายมือชื่อหรือไม่
ไม่จำเป็นตามกฎหมายในทุกกรณี แต่การมีพยานอย่างน้อยหนึ่งคนช่วยเสริมความน่าเชื่อถือและเพิ่มความมั่นคงของพยานหลักฐานในชั้นศาล

3. หนังสือสัญญาฯ สามารถทำด้วยวาจาได้หรือไม่
ทำด้วยวาจาได้ หากไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องทำเป็นหนังสือ แต่การตกลงด้วยวาจาพิสูจน์ยาก จึงแนะนำให้จัดทำเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อคุ้มครองทุกฝ่าย

4. หากผู้ให้ความยินยอมเป็นผู้เยาว์ จะต้องทำอย่างไร
ถ้าผู้เยาว์มีอายุไม่ถึง 20 ปี การให้ความยินยอมในนิติกรรมต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมเป็นหนังสือด้วย ไม่เช่นนั้นนิติกรรมอาจเป็นโมฆียะ

5. ผู้ให้ความยินยอมสามารถเพิกถอนความยินยอมภายหลังได้หรือไม่
โดยทั่วไป เพิกถอนได้ก่อนมีการดำเนินการตามที่ยินยอม เว้นแต่ข้อตกลงกำหนดห้ามไว้ หรือกฎหมายเฉพาะจำกัดสิทธินี้ เช่น ในกรณี PDPA เจ้าของข้อมูลเพิกถอนเมื่อใดก็ได้ แต่ไม่กระทบการประมวลผลที่ผ่านมา

6. ต้องนำหนังสือสัญญาฯ ไปจดทะเบียนต่อหน่วยงานราชการหรือไม่
ไม่จำเป็น ยกเว้นเนื้อหาในเอกสารเป็นสัญญาที่กฎหมายกำหนดให้ต้องจดทะเบียน เช่น การให้ที่ดินหรือซื้อขายอสังหาริมทรัพย์

7. หากคู่สัญญาผิดข้อตกลง จะฟ้องร้องได้หรือไม่
ฟ้องร้องได้ หากข้อความในเอกสารมีสภาพเป็นข้อตกลงที่ผูกพันคู่สัญญา ศาลจะใช้พยานเอกสารและข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณา

คู่มือนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กฎหมายแตกต่างกันไปตามพื้นที่และเปลี่ยนแปลงได้ โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตสำหรับกรณีของคุณ

คู่มือที่เกี่ยวข้อง

แม่แบบ 2 นาที

ใบสัญญาซื้อขายคืออะไรและทำไมต้องมี

ใบสัญญาซื้อขาย คือ สัญญาที่บันทึกข้อตกลงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายในการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน บทความนี้ครอบคลุมประเภท องค์ประกอบสำคัญ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย กฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมตารางเปรียบเทียบกับสัญญาจะซื้อจะขาย และคำถามที่พบบ่อย

อ่านคู่มือ
แม่แบบ 2 นาที

Maintenance Letter (หนังสือแจ้งการบำรุงรักษา) คืออะไร และแนวทางการใช้

เอกสารอธิบาย Maintenance Letter คืออะไร ประเภท องค์ประกอบสำคัญ ตัวอย่างที่กรอกเสร็จแล้ว ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง และเปรียบเทียบกับเอกสารอื่น พร้อมคำถามที่พบบ่อย

อ่านคู่มือ
แม่แบบ 2 นาที

ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตัวอย่าง: แบบฟอร์ม วิธีการกรอก และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตัวอย่าง คือแบบฟอร์มที่ผู้ออกตั๋วออกเพื่อสัญญาจ่ายเงิน พร้อมอธิบายองค์ประกอบ ข้อควรระวัง และ FAQ อย่างเป็นทางการ

อ่านคู่มือ

คู่มือทั้งหมด